แม่เปิดหมดเปลือก เผยคำพูดหมอเจ้าของไข้สามีครูทราย ฟังแล้วจุก

ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ แม่ของนายภานุพงศ์เผย แม้โรงพยาบาลจะมีคำสั่งให้แพทย์พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่อาจชดเชยความสูญเสีย พร้อมยืนยันเอาผิดจนถึงที่สุด
จากกรณีที่ คุณทราย ออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย เรียกร้องความเป็นธรรมหลังสูญเสีย นายภานุพงศ์ สามี โดยระบุว่าแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งวินิจฉัยอาการคลาดเคลื่อน ไม่ส่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก ก่อนอนุญาตให้กลับบ้าน กระทั่งในเวลาต่อมานายภานุพงศ์เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตจากหัวใจวาย จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด นางณิชชา มีสุข อายุ 57 ปี มารดาของนายภานุพงศ์ เปิดเผยว่า ครอบครัวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์ผู้วินิจฉัยอาการแล้ว เบื้องต้นทราบว่าทางโรงพยาบาลคามิลโลได้มีคำสั่งให้แพทย์คนดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่สำหรับครอบครัวมองว่า การดำเนินการดังกล่าวยังไม่เพียงพอ เพราะไม่อาจชดเชยความสูญเสียหรือทำให้ลูกชายกลับมามีชีวิตได้อีก
นางณิชชา กล่าวว่า ในคืนแรกของการสวดอภิธรรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและตัวแทนได้เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจ พร้อมพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวทางการเยียวยาเบื้องต้น โดยยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ติดใจทีมแพทย์ที่ช่วยรักษาลูกชายในช่วงอาการวิกฤต แต่ติดใจเฉพาะแพทย์ผู้วินิจฉัยอาการในครั้งแรกเพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตาม ในคืนต่อมา ครอบครัวกลับรู้สึกผิดหวัง เพราะไม่มีตัวแทนของโรงพยาบาลเดินทางมาร่วมพิธีสวดอภิธรรมหรือแสดงความอาลัยอีก ทำให้มองว่าโรงพยาบาลยังแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มากพอ
มารดาของผู้เสียชีวิตยังเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ครอบครัวได้พูดคุยกับแพทย์ผู้วินิจฉัยอาการโดยตรง แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียใจคือท่าทีของแพทย์ที่ยังดูยิ้มแย้ม และอธิบายเพียงว่า ในวันเกิดเหตุได้ประเมินจากอาการเบื้องต้น ประกอบกับผู้เสียชีวิตมีอายุเพียง 30 กว่าปี จึงมองว่าไม่น่าจะมีภาวะรุนแรง
เมื่อได้ยินคำชี้แจงดังกล่าว ครอบครัวยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับได้ และตัดสินใจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งไม่ประสงค์ให้แพทย์คนดังกล่าวเดินทางมาขอขมาศพ
นอกจากนี้ นางณิชชา ยังกล่าวถึงกรณีพวงหรีดของโรงพยาบาลคามิลโลที่ถูกนำไปวางไว้หน้าห้องน้ำว่า เป็นการตัดสินใจของครอบครัวเอง โดยตนเป็นผู้ลากพวงหรีดไปวางด้วยตัวเอง เพราะไม่ต้องการให้นำมาตั้งรวมกับพวงหรีดอื่น พร้อมยอมรับว่า เดิมตั้งใจจะนำไปทิ้ง แต่ด้วยความอ่อนล้าจึงทำได้เพียงนำไปวางไว้บริเวณหน้าห้องน้ำ
"ทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชาย เขายังมีอนาคตอีกยาวไกล ที่สำคัญยังสงสารหลานสาวที่ต้องเติบโตขึ้นโดยไม่มีพ่ออยู่เคียงข้าง" นางณิชชา กล่าว พร้อมยืนยันว่าครอบครัวจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชายอย่างถึงที่สุด

สาววัย 30 กินขนมปังโฮลวีต แต่ไตเสื่อม รู้วิธีกินแล้ว หมอกุมขมับ

หนุ่ม กรรชัย เล่าเหตุการณ์ไม่มีวันลืม ปมคุณพ่อเสียชีวิต

"มดดำ" เล่าที่มาสาเหตุ "ใหม่ รัชดา" สาดน้ำใส่ "เจนี่" กลางงานแต่ง

ผู้ร่วมก่อตั้ง Sanook - Kapook วิเคราะห์ชี้จุดแข็ง TH-AI Passport
















