งามไส้ค่ายมวยดัง ตร.บุกทลายรวบผู้ดูแล ช่วยเหยื่อหลายราย

บุกจับผู้ดูแลค่ายมวยตามหมายจับ หลังสืบพบพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์จากเด็ก เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้เสียหายและขยายผลดำเนินคดี
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ภายในค่ายฝึกมวยแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง พร้อมจับกุม นายนฤเบศ หรือ "เช็ค" อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในคดีค้ามนุษย์และความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็ก รวมถึงความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็กและประมวลกฎหมายอาญาหลายข้อหา
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคม. ได้รับข้อมูลจากสายลับว่า มีค่ายมวยแห่งหนึ่งลักลอบบังคับเด็กนักมวยชายให้ค้าประเวณีกับลูกค้าที่มีรสนิยมชายรักชาย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จึงส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปเป็นนักเรียนฝึกมวย เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง
จากการสืบสวนพบว่า ภายในค่ายมีนักมวยชายและหญิง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อายุระหว่างต่ำกว่า 18 ปี ไปจนถึงประมาณ 35 ปี รวมกว่า 30 คน โดยผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลค่าย และสามารถจัดหาเด็กนักมวยให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อบริการทางเพศได้
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาเสนอขายบริการทางเพศของเด็กในราคาตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป พร้อมส่งภาพเด็กให้ลูกค้าเลือกผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และอ้างว่าเด็กที่รับงานส่วนใหญ่เป็นเด็กมีปัญหาครอบครัวหรือเด็กที่ต้องการหาเงินใช้จ่าย นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่ามีเด็กนักมวยที่รับงานลักษณะดังกล่าวมากกว่า 15 คน
หลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์และองค์กรคุ้มครองเด็กหลายแห่ง เปิดปฏิบัติการพร้อมกัน 2 จุด ทั้งในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง
จุดแรก เจ้าหน้าที่วางแผนล่อซื้อบริการทางเพศผ่านผู้ต้องหา โดยตกลงซื้อบริการจากเด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย ในราคาคนละ 3,000 บาท ซึ่งผู้ต้องหาจะหักส่วนแบ่งไว้ 1,000 บาท ก่อนพาเด็กเดินทางมายังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เมื่อถึงจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมและช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คนได้อย่างปลอดภัย
ในชั้นจับกุม นายนฤเบศให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกชุดได้เข้าตรวจค้นค่ายมวยในจังหวัดระยอง และนำเด็กจำนวน 12 คน เข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อประเมินว่าเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่
จากการสอบปากคำ เด็กหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า ค่ายมวยแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากชายชาวนอร์เวย์รายหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อสมมติว่า Mr. Kim โดยเมื่อเดินทางมาที่ค่าย จะมีผู้ประสานงานเรียกเด็กชายเข้าไปพบเป็นการส่วนตัว ก่อนเกิดพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศในหลายรูปแบบ ทั้งการบังคับให้เด็กกระทำต่อกันเอง การกระทำอนาจาร และมีการบันทึกภาพนิ่งและคลิปวิดีโอไว้
เด็กให้การว่า หลังเสร็จสิ้นการกระทำจะได้รับค่าตอบแทนครั้งละประมาณ 500-5,000 บาท พร้อมกำชับไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกผู้อื่น หากพอใจเด็กคนใดเป็นพิเศษ ก็จะให้สิ่งของมีค่า เช่น โทรศัพท์มือถือ ชุดนักเรียน หรือช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีฐานะยากจน
นอกจากนี้ เด็กบางรายยังให้ข้อมูลว่า เจ้าของค่ายมวยรับรู้ถึงพฤติกรรมดังกล่าว แต่ไม่ได้ห้ามปรามหรือดำเนินการใด ๆ ขณะที่ผู้ปกครองบางครอบครัวทราบเรื่องเช่นกัน แต่ยอมรับได้ เพราะได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากชายชาวต่างชาติรายนี้
ผลการคัดกรองของทีมสหวิชาชีพและพนักงานสอบสวน พบข้อบ่งชี้ว่า เด็กอย่างน้อย 6 ราย ตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศจริง ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน โดยเฉพาะการใช้เงินที่ผิดปกติหรือการใช้งานสื่อออนไลน์ พร้อมขอความร่วมมือผู้ดูแลสถานฝึกกีฬาและสถานประกอบการต่าง ๆ ให้เข้มงวดในการดูแลเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงและมีโทษสูงตามกฎหมาย




















