วัยรุ่นคูเวตร้อง! แฉตร.พัทยาแจกบิลโชว์ห่วย จับปรับที่ลับตา

วัยรุ่นคูเวตแฉยับ เที่ยวพัทยาถูกตำรวจจับปรับเงินสดในที่ลับตาคน แจกบิลโชว์ห่วยซ้ำซ้อน ร้องเรียนสื่อตรวจสอบหวั่นเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางจากประเทศคูเวต อายุประมาณ 20-30 ปี ได้เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเมื่อค่ำวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 หลังจากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในเมืองพัทยาในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่กลับต้องเผชิญกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ ที่เข้าจับกุมในข้อหากระทำผิดกฎจราจร ซึ่งทางกลุ่มผู้เสียหายยอมรับผิดและไม่ได้ติดใจการดำเนินคดี แต่เริ่มเกิดความสงสัยว่ากำลังถูกรีดทรัพย์
ประเด็นสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวตเกิดความเคลือบแคลงใจ คือการถูกเรียกให้ไปชำระค่าปรับในที่เปลี่ยวลับตาคน โดยเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก แต่กลับให้ชายนิรนามทำหน้าที่รับเงินแทน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนคุมเชิงอยู่ ที่สำคัญคือบังคับจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น ไม่รับการโอนเงิน หากต้องการใบเสร็จจะต้องจ่ายเงินแยกอีก 500 บาท ซึ่งใบเสร็จที่ได้กลับเป็นบิลเงินสดแบบที่ร้านโชว์ห่วยใช้ทั่วไป แต่เมื่อนำไปแสดงให้เจ้าหน้าที่รายอื่นดูกลับได้รับคำตอบว่าเป็นบิลปลอม ทำให้พวกตนถูกจับปรับซ้ำซ้อนหลายครั้ง
นอกจากนี้ กลุ่มนทท.คูเวตยังเปิดเผยรายละเอียดผ่านล่ามเพิ่มเติมว่า อัตราค่าปรับที่ถูกเรียกเก็บนั้นแพงมหาโหดถึง 3,500-5,000 บาท และในแต่ละค่ำคืนจะถูกจับกุมบ่อยถึง 2-5 ครั้ง หลังเที่ยงคืน โดยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้ที่สลับสับเปลี่ยนกันมาทำพฤติกรรมเดิมทุกวัน แม้กระทั่งกรณีอุบัติเหตุขับรถเฉี่ยวชนกันล้ม ก็ถูกเจ้าหน้าที่กลุ่มเดิม 2-3 คนนี้เรียกไปเปรียบเทียบปรับในลักษณะเดิมจนกลายเป็นภาพจำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร ส่วนกรณีที่ต้องไปจ่ายเงินที่คอกเก็บรถในพื้นที่พัทยาก็ต้องจ่ายค่ายกเก็บรักษารถเป็นเงินสดเช่นกัน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มผู้เสียหายรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก พร้อมระบุว่าเคยมาเที่ยวพัทยาหลายครั้งและรู้สึกปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย แต่ปีนี้กลับต้องมาหวาดกลัวตำรวจมากกว่าโจร จึงได้นำเรื่องราวพร้อมหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอแอบถ่ายในขณะเจรจาที่มีการเรียกเก็บค่าบิลเงินสดเพิ่ม และตัวบิลเงินสดมาแฉผ่านสื่อ เพื่อส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้รับทราบเรื่องราวที่สร้างความเสื่อมเสียต่อองค์กรตำรวจ และเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป




















