WMO เตือนภัยความร้อนสุดขั้ว ทำอัตราเสียชีวิตทั่วโลกพุ่ง 60%

WMO เตือนภัยความร้อนสุดขั้วอันตรายที่สุด อัตราเสียชีวิตพุ่ง 60% กระทบสุขภาพและเศรษฐกิจสูญเสียกว่า 835 พันล้านดอลลาร์
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกโรงเตือนภัย ความร้อนสุดขั้ว (Extreme Heat) ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสภาพอากาศและภูมิอากาศที่อันตรายและคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก โดยพบข้อมูลน่าตกใจว่าอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 60% ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ล่าสุดเร่งจับมือหน่วยงานสาธารณสุขยกระดับระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้ครอบคลุม
ความร้อนสุดขั้ว: ภัยคุกคามสะสมทั้งกลางวันและกลางคืน
ภัยเงียบนี้แสดงออกได้หลายรูปแบบ ทั้งปรากฏการณ์คลื่นความร้อน (Heatwaves) และสภาพอากาศร้อนชื้นต่อเนื่อง ความน่ากลัวของคลื่นความร้อนคือการสะสมความร้อนติดต่อกันทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่ออุณหภูมิตอนกลางคืนไม่ลดลง ร่างกาย อาคารบ้านเรือน และสิ่งแวดล้อมจะไม่สามารถระบายความร้อนที่สะสมมาทั้งวันได้ตามปกติ
การนิยามระดับของคลื่นความร้อนจะแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละท้องถิ่น เช่น ในปี 2025 อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ได้ก่อให้เกิดคลื่นความร้อนครั้งเลวร้ายที่สุดในพื้นที่แถบกึ่งอาร์กติกของนอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ แต่ระดับ 31–33 องศาเซลเซียส กลับเป็นเรื่องปกติในเมืองเขตร้อนอย่างกัวลาลัมเปอร์ นอกจากนี้ ความเครียดจากความร้อน (Thermal heat stress) ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมอย่าง ความชื้น การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ และความเร็วลม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อนของร่างกายมนุษย์
ผลกระทบมหาศาล สุขภาพพัง เศรษฐกิจทรุด
รายงานจาก 2025 Lancet Countdown ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกพุ่งจากประมาณ 335,000 คนต่อปี (ช่วงปี 1990–1999) เป็น 546,000 คนต่อปี (ช่วงปี 2012–2021) กลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ทารกและเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง
ในมิติทางเศรษฐกิจ ปี 2023 ความเครียดจากความร้อนทำโลกสูญเสียผลิตภาพแรงงานสูงถึง 835 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะแรงงานกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นเนื่องจากความร้อนส่งผลต่อการตัดสินใจและการทำงานของร่างกาย ปัญหานี้ยังถูกซ้ำเติมด้วย ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban heat island effect) จากการที่ถนนและอาคารดูดซับความร้อน ทำให้คนในเขตเมืองต้องเผชิญอุณหภูมิที่สูงกว่าพื้นที่รอบนอก
การรับมือระดับโลก
WMO ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดทำแนวทางระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้านความร้อนและสุขภาพ ภายใต้ความคิดริเริ่ม Early Warnings for All เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับข้อมูลเตือนภัยที่รวดเร็ว ทันท่วงที และรู้วิธีป้องกันตัวเองก่อนความร้อนถึงขั้นอันตราย พร้อมร่วมสนับสนุนเครือข่าย Global Heat Health Information Network เพื่อสร้างความร่วมมือระดับโลกในการปกป้องผู้คนและสร้างความยืดหยุ่นในยุคที่โลกกำลังร้อนขึ้นต่อเนื่อง
ที่มา : องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO)

บ้านคุณมีไหม? กางลิสต์ 10 ของกินที่แม่บ้านชอบทิ้งไว้ในตู้เย็น

รู้ไว้ไม่ผิดหวัง 3 วิธีเลือก "แอปเปิล" ลบความเชื่อเก่า อย่ามองแค่สีภายนอก

เย็นนี้มีฉ่ำ กทม.-ปริมณฑล ฝนถล่ม 60% เตือนรับมือฝนตกหนักบางแห่ง

อัปเดตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 235 ราย บาดเจ็บทะลุ 4,300 คนแล้ว
















