ข่าว

โป๊ะแตก เปิดเบาะแสสำคัญมัดตัวน้าชายน้ององุ่น พลาดเองเต็มๆ

08 มิ.ย. 2569 | 12:02 น.
โป๊ะแตก เปิดเบาะแสสำคัญมัดตัวน้าชายน้ององุ่น พลาดเองเต็มๆ

เปิดเบาะแสสำคัญ คดี 'น้ององุ่น' ตำรวจจับพิรุธน้าชายจากคำค้นในมือถือเพื่อน สุดท้ายความจริงอันโหดร้ายก็ปิดไม่มิด

คดีการเสียชีวิตของ “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังเด็กหายตัวออกจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะถูกพบเสียชีวิตภายในสวนยางพาราเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมาจนนำไปสู่การจับกุมตัวพี่สาววัย 13 ปี และน้าชายวัย 17 ปี

 

โป๊ะแตก เปิดเบาะแสสำคัญมัดตัวน้าชายน้ององุ่น พลาดเองเต็มๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โป๊ะแตก เปิดเบาะแสสำคัญมัดตัวน้าชายน้ององุ่น พลาดเองเต็มๆ

 

ช่วงแรกของการสืบสวน เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากสภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย อวัยวะภายในหลายส่วนเสื่อมสภาพอย่างหนัก ขณะที่ผลการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอก ร่องรอยการต่อสู้ หรือหลักฐานที่สามารถชี้ชัดสาเหตุการเสียชีวิตได้

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ตั้งสมมติฐานการเสียชีวิตไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ เด็กอาจพลัดหลงเข้าไปในป่าด้วยตนเอง อาจมีบุคคลพาไปจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต หรืออาจถูกสัตว์มีพิษทำร้าย หลังพบงูเห่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

นอกจากนี้ การตรวจสอบในขณะนั้นยังไม่พบทรัพย์สินสูญหาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือรองเท้า อีกทั้งไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ทำให้ตำรวจต้องอาศัยการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และข้อมูลทางเทคนิคอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งวันหลังการแถลงข่าว แนวทางการสืบสวนกลับมีความคืบหน้าอย่างก้าวกระโดด เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีและควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องได้ โดยพบว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือพี่สาววัย 13 ปี และน้าชายวัย 17 ปี ของน้ององุ่น

โดยเด็กหญิงวัย 13 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่าเกิดการทะเลาะกับน้ององุ่นเรื่องตุ๊กตา ก่อนใช้มือปิดปากและจมูกจนเด็กเสียชีวิต จากนั้นได้ขอให้น้าชายช่วยนำศพไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนนำร่างใส่กระสอบไปทิ้งอำพรางคดีในจุดที่เจ้าหน้าที่พบศพ

ขณะเดียวกัน มีการเปิดเผยเบื้องหลังการสืบสวนที่นำไปสู่การคลี่คลายคดี โดยจุดเริ่มต้นสำคัญมาจากโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว

ตำรวจตรวจพบประวัติการค้นหาในโทรศัพท์ของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่สาวน้ององุ่น โดยมีข้อความค้นหาว่า “หากเด็ก 17 ปี ก่อเหตุกับเด็ก ความผิดโทษเท่าใด” ทำให้เจ้าหน้าที่เชิญตัวเจ้าของโทรศัพท์มาสอบสวน

หญิงสาววัย 18 ปี ให้การยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ค้นหาข้อความดังกล่าว พร้อมระบุว่าในวันที่ 31 พฤษภาคม ได้นำโทรศัพท์ไปชาร์จไว้ที่บ้านของน้ององุ่น เนื่องจากแบตเตอรี่หมดระหว่างออกตามหาเด็ก และโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไม่ได้ตั้งรหัสผ่านล็อกหน้าจอไว้

ข้อมูลดังกล่าวทำให้วงผู้ต้องสงสัยแคบลง เหลือเพียงบุคคลที่อยู่ภายในบ้านในช่วงเวลานั้นเท่านั้น อีกทั้งอายุของเจ้าของโทรศัพท์ก็ไม่สอดคล้องกับข้อความที่ถูกค้นหา

จากเบาะแสดังกล่าว ตำรวจจึงเชิญตัวน้าชายวัย 17 ปี มาสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนพบข้อพิรุธสำคัญ จนนำไปสู่การเปิดเผยความจริงและการคลี่คลายคดีในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

2 ลัคนาสุดท้าย พฤหัสจรเต็มๆ ดวงหนึ่งกลับ อีกดวงพุ่งแรงรอบ 12 ปี

2 ลัคนาสุดท้าย พฤหัสจรเต็มๆ ดวงหนึ่งกลับ อีกดวงพุ่งแรงรอบ 12 ปี

เตือน 4 ภาครับมือฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก มรสุมกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย-อันดามัน

เตือน 4 ภาครับมือฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก มรสุมกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย-อันดามัน

วันอัฏฐมีบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ไม่ควรถูกลืม

วันอัฏฐมีบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่ไม่ควรถูกลืม

งานใหญ่ฝั่งธนฯ วัดนายโรงจัดทอดผ้าป่าสามัคคี ฉลอง 2 ทศวรรษคลื่นวิทยุเพื่อสังคม

งานใหญ่ฝั่งธนฯ วัดนายโรงจัดทอดผ้าป่าสามัคคี ฉลอง 2 ทศวรรษคลื่นวิทยุเพื่อสังคม

ฝนตกหนักก็ไม่หวั่น "ชาคริต" เผยภาพลูกชายช่วยเช็กตรวจสวนทุเรียน

ฝนตกหนักก็ไม่หวั่น "ชาคริต" เผยภาพลูกชายช่วยเช็กตรวจสวนทุเรียน