คลังเปิดอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี

ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี? คลังพร้อมให้ยื่นอุทธรณ์ทันที ย้ำเกณฑ์ใหม่ปี 2569 คัดกรองเข้มเพื่อช่วยคนจนตัวจริง
กรุงเทพฯ (4 มิถุนายน 2569) – เกิดกระแสความกังวลในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังกระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 แล้วพบว่ามีประชาชนบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เนื่องจากถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดู ล่าสุดโฆษกกระทรวงการคลังออกมาชี้แจง ยืนยันว่าผู้ที่ประสบปัญหานี้สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอพิจารณาใหม่ได้ทันที
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาการไม่ผ่านเกณฑ์คัดกรองในรอบนี้ เกิดจากการที่ผู้ถือบัตรมีชื่อเป็นผู้ถูกนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
ทางกระทรวงการคลังอธิบายถึงหลักเกณฑ์ดังกล่าวว่า มีขึ้นเพื่อพิจารณาว่าผู้ลงทะเบียนมีผู้อุปการะดูแลอยู่แล้วหรือไม่ หากบุตรมีการแจ้งลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบิดามารดา (รายละ 30,000 บาทต่อปี) รัฐจะถือว่าผู้นั้นมีผู้ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งหากรัฐต้องให้ความช่วยเหลือซ้ำซ้อนจะทำให้เกิดความลักลั่นในระบบ และเป็นภาระงบประมาณในภาวะวิกฤตที่ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง
"ธงครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะตัดสิทธิให้เหลือน้อยที่สุด แต่เราตั้งใจจะคัดให้ได้คนที่ลำบากมากที่สุดจริงๆ หากท่านมีลูกดูแล ท่านต้องนึกถึงคนที่เขาไม่มีลูกและไม่มีใครดูแล ซึ่งเขาควรได้รับสิทธิเสริมสร้างคุณภาพชีวิตตรงนี้" นายวินิจระบุ
สำหรับกรณีที่บุตรนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนโดยที่พ่อแม่ไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากปัจจุบันระบบการยื่นภาษีมีการลดขั้นตอนและหลักฐานการยินยอมจากบิดามารดาลงจนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด กระทรวงการคลังพร้อมเปิดช่องให้ผู้ถือบัตรสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณีได้ทันทีหากพบข้อมูลที่ไม่ตรงความจริงหรือไม่สบายใจในผลการคัดกรอง
เกณฑ์ใหม่ปี 2569 เข้มงวดขึ้นในหลายมิติ
นอกจากประเด็นเรื่องการลดหย่อนภาษีแล้ว การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ยังมีความเข้มงวดมากขึ้นในอีกหลายด้าน ประกอบด้วย
• สถานะทางธุรกิจ: ต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
• รายได้และสินทรัพย์: มีรายได้หรือการจ่ายเงินให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
• การลงทุน: ต้องไม่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
• ประกันชีวิต: ต้องไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
นายวินิจย้ำว่า คนที่จะมีบัญชีเทรดหุ้นได้ย่อมต้องมีรายได้และทรัพย์สินพอสมควร เกณฑ์เหล่านี้จึงมีไว้เพื่อคัดกรองให้ได้ "คนที่ลำบากจริง ไม่ใช่คนอยากจน"
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

สาวใหญ่ดับคาห้องพัก รอยตะขาบกัดเท้า หลังไร้สิทธิ์รักษา

คลังเปิดอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษี

สั่งปิดคลินิก 15 วัน พบคนไข้อาเจียนรุนแรง หลังปักปากกา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มองโกเลียเจอ หิมะฤดูร้อน ตกหนาทับถม
















