ข่าว

เจาะลึกไวรัสอีโบลา อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษาโรค

27 พ.ค. 2569 | 14:45 น.
เจาะลึกไวรัสอีโบลา อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษาโรค

ทำความเข้าใจโรคอีโบลา อัตราเสียชีวิตสูง 50% เช็กอาการระยะฟักตัว 21 วัน พร้อมวิธีรักษาด้วยแอนติบอดีโมโนโคลนอลและวัคซีนป้องกันที่ถูกต้อง

โรคอีโบลาคืออะไร และมีแหล่งกำเนิดมาจากไหน?

โรคอีโบลา (Ebola disease) หรือ โรคไข้เลือดออกอีโบลา (Ebola Haemorrhagic Fever) จัดเป็นโรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูงมากและมักอันตรายถึงชีวิต โดยอยู่ในกลุ่มโรคชนิดเดียวกับโรคไข้เลือดออก จากสถิติในการระบาดที่ผ่านๆ มา พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตตั้งแต่ 25-90% และมีอัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50%

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา การควบคุมโรคจำเป็นต้องตัดวงจรตั้งแต่แหล่งกำเนิด โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ค้างคาวผลไม้ (Fruit bats ในตระกูล Pteropodidae) คือพาหะตามธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสยังสามารถแพร่กระจายจากสัตว์ป่าสู่คนได้ หากมีการไปสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อโดยตรง เช่น ลิงชิมแปนซี และเม่น

 

ไวรัสอีโบลาติดต่อจากคนสู่คนได้อย่างไร?

กลไกการแพร่เชื้อของไวรัสอีโบลา สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านทาง การสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) กับของเหลวในร่างกายของผู้ติดเชื้อ ได้แก่:

- เลือด

- สารคัดหลั่ง

- อวัยวะ

- ของเหลวอื่นๆ ในร่างกาย

นอกจากนี้ การสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งเหล่านั้น เช่น เครื่องนอน หรือเสื้อผ้าของผู้ป่วย ก็ทำให้ติดเชื้อได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่สำคัญมากคือ ผู้ติดเชื้อจะไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้จนกว่าจะเริ่มแสดงอาการของโรค

เจาะลึกไวรัสอีโบลา อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาการของโรคอีโบลาเป็นอย่างไร และมีระยะฟักตัวกี่วัน?

จากการประเมินทางคลินิก ระยะฟักตัวของโรคอีโบลา (Ebola incubation period) จะเริ่มแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อตั้งแต่ 2 ถึง 21 วัน โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของอาการออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้:

 

- อาการระยะแรก (เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน)

ผู้ป่วยจะมีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และมีอาการเจ็บคอ

 

- อาการระยะที่สองและอาการรุนแรง

ตามมาด้วยอาการท้องเดิน อาเจียน ปวดท้อง มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง รวมถึงการทำงานของตับและไตเริ่มผิดปกติ ในกรณีที่รุนแรงมาก ผู้ป่วยจะมีเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เช่น เลือดออกตามไรฟัน หรือมีเลือดปนมากับอุจจาระ ซึ่งในระยะนี้มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก เนื่องจากอวัยวะภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงเกิดภาวะตับและไตวาย

เจาะลึกไวรัสอีโบลา อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษา

วิธีรักษาโรคอีโบลาและการป้องกันด้วยวัคซีนมีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันการแพทย์มีความก้าวหน้าในการรับมือกับโรคนี้อย่างมาก แนะนำว่าการดูแลประคับประคองอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การให้สารน้ำทดแทน ไม่ว่าจะเป็นทางปากหรือทางหลอดเลือดดำ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ใช้ ยาแอนติบอดีโมโนโคลนอล (Monoclonal Antibodies) ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพเฉพาะเจาะจง ได้แก่:

1. mAb114 (ansuvimab™)

2. REGN-EB3 (Inmazeb™)

 

สำหรับในด้านการป้องกัน ปัจจุบันมีการอนุมัติ วัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลา (Ebola vaccine) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ Ervebo®, Zabdeno® และ Mvabea® ซึ่งตัววัคซีน Ervebo® จะเป็นวัคซีนหลักที่มักถูกแนะนำให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์การระบาด

เจาะลึกไวรัสอีโบลา อาการ วิธีติดต่อ และแนวทางรักษา

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก : WHOโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

อธิบดีกรมโยธาฯ ลงพื้นที่อุดรธานี เร่งรัดซุ้มประตูเมือง ต่อยอดโมเดลหนองขอนกว้าง

อธิบดีกรมโยธาฯ ลงพื้นที่อุดรธานี เร่งรัดซุ้มประตูเมือง ต่อยอดโมเดลหนองขอนกว้าง

สาวสวยวีนปลดทีละชิ้นกลางห้าง ผู้ชายเก็บให้ยังงอนไม่เลิก

สาวสวยวีนปลดทีละชิ้นกลางห้าง ผู้ชายเก็บให้ยังงอนไม่เลิก

4 ประเภทต้นไม้ต้องห้ามในห้องนอน ที่คนรักบ้านอาจเข้าใจผิด

4 ประเภทต้นไม้ต้องห้ามในห้องนอน ที่คนรักบ้านอาจเข้าใจผิด

สาวปวดท้องนาน 3 เดือน ก่อนเอกซเรย์เจอต้นตอ ทำโกรธหมอยันลูกบวช

สาวปวดท้องนาน 3 เดือน ก่อนเอกซเรย์เจอต้นตอ ทำโกรธหมอยันลูกบวช

3 ราศี ดวงดีเรื่องการเงิน โชคลาภ แต่ ระวังเกิดอุบัติเหตุ

3 ราศี ดวงดีเรื่องการเงิน โชคลาภ แต่ ระวังเกิดอุบัติเหตุ