ตกใจทั้งโซเชียล ปลาจระเข้โบราณ อยู่คู่สวนดัง 20 ปี ถูกจับผัดกิน

ตกใจทั้งโซเชียล ปลาจระเข้โบราณ อยู่คู่สวนดัง 20 ปี ถูกอดีตสมาชิกชมรมตกปลาจับผัดกิน ฟังคำอ้างหลายคนบอกอิหยังวะ
เกิดประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ในไต้หวัน หลังปลาอัลลิเกเตอร์การ์ หรือ “ปลาจระเข้ยักษ์โบราณ” ที่อาศัยอยู่ในสระน้ำของสวนอนุสรณ์สันติภาพ 228 กรุงไทเป มานานกว่า 20 ปี และเป็นเหมือนมาสคอตหรือเครื่องรางนำโชคของสถานที่ ถูกจับไปทำอาหารโดยอดีตสมาชิกชมรมตกปลามหาวิทยาลัยชื่อดัง จนชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก
รายงานระบุว่า มีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Threads เปิดเผยว่า อดีตสมาชิกชมรมตกปลาของมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง หรือ NCKU ได้เดินทางไปยังสวนอนุสรณ์สันติภาพ 228 ในกรุงไทเป ก่อนจับปลาอัลลิเกเตอร์การ์ขนาดใหญ่ที่มีความยาวมากกว่า 1 เมตร ออกมาจากบ่อ แล้วนำไปประกอบอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง พร้อมโพสต์ภาพขั้นตอนการปรุงและจานอาหารลงบนโลกออนไลน์
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุอ้างว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วย “กำจัดปลาสายพันธุ์รุกรานต่างถิ่น”
อย่างไรก็ตาม สวนอนุสรณ์สันติภาพ 228 มีกฎห้ามจับปลาอย่างชัดเจน และบ่อปลาดังกล่าวก็เป็นบ่อปิดที่สร้างขึ้นเฉพาะ โดยปลาอัลลิเกเตอร์การ์ตัวนี้อาศัยอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ปี 2546-2547 ภายใต้การรับรู้และอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่ของสวนเปิดเผยว่า เดิมปลาอัลลิเกเตอร์การ์ถูกนำเข้ามาเป็นปลาสวยงาม แม้ภายหลังจะมีขนาดใหญ่และกินจุมาก แต่ก็ไม่ได้สร้างอันตรายใด ๆ ต่อผู้คน จึงปล่อยให้อาศัยอยู่ในบ่อบริเวณศาลาแปดเหลี่ยมภายในสวนสาธารณะ และกลายเป็นจุดจดจำสำคัญของนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้มาเยือนจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับชาวเน็ตและผู้ที่คุ้นเคยกับปลาตัวนี้เป็นอย่างมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุอย่างรุนแรง เช่น “ฉันเห็นปลาตัวนี้มาตั้งแต่เด็ก”, “ตกใจและเสียใจมาก”, “พฤติกรรมแบบนี้รับไม่ได้เลย” และ “ควรได้รับโทษอย่างเหมาะสม”
สำหรับปลาอัลลิเกเตอร์การ์ (Alligator gar) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ปลาจระเข้” เป็นปลาน้ำจืดโบราณขนาดใหญ่จากทวีปอเมริกาเหนือ และมักถูกเรียกว่า “ฟอสซิลมีชีวิต” เนื่องจากมีลักษณะดั้งเดิมมาตั้งแต่ยุคโบราณ
หลังเกิดกระแสดราม่า ชมรมตกปลาแห่งมหาวิทยาลัย NCKU ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงและขอโทษต่อสังคม โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองรายเป็นเพียงศิษย์เก่า ไม่ใช่สมาชิกปัจจุบันของชมรม และทั้งคู่ได้นำบัญชีโซเชียลของชมรมไปใช้โพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทางชมรมยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่า ขาดความเข้าใจในกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดและสร้างผลกระทบในวงกว้าง
ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่า บุคคลทั้งสองจะถูกดำเนินคดีหรือได้รับโทษทางกฎหมายหรือไม่
ข้อมูลจาก ETtoday
ภาพจาก Threads

กทม.จับมือกรมศิลป์ ลุยเคลียร์สายไฟรอบสนามหลวงรับพิธีใหญ่

ศุภมาส สั่งฟันเพจบ้านน็อกดาวน์เก๊หลอกเหยื่อสูญ 30 ล้าน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มิ.ย. 69 อัปเดตเงินเข้าเพิ่มเป็น 1,000 บาท จ่ายค่าอะไรบ้าง

เลิกเถียง คำตอบปัญหาโลกแตก มารยาทการใช้ที่วางแขนบนเครื่องบิน
















