5 หน่วยงานรัฐสืบพบ ดีเซลหายจากระบบ 29 ล้านลิตร สั่งฟ้องเอาผิดขั้นสูงสุด

กระทรวงยุติธรรม พร้อม 4 กระทรวงหลัก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงขบวนการ “ประวิงเวลา-กักตุนน้ำมัน” ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในช่วงวิกฤต
รัฐสืบพบ ดีเซลหายจากระบบ 29 ล้านลิตร ในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรี มอบหมาย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง แถลงข่าวการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ส่วนหนึ่ง ที่มีสถานีน้ำมันของตนเอง มีการประวิงเวลา การจำหน่ายเพื่อกักตุนน้ำมัน ฉวยโอกาสเก็งกำไร ราคาน้ำมันที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นเหตุให้เกิดภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โอกาสนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผู้ค้าน้ำมันตามาตรา 7 ส่วนหนึ่งที่มีสถานีบริการน้ำมันที่มีการกระทำที่บิดเบือนกลไกตลาด โดยการประวิงเวลากักตุนน้ำมันในคลังและในการขนส่งทางเรือ ทางรถ เพื่อฉวยโอกาสทำกำไรให้กับธุรกิจของตนเอง ขาดธรรมาภิบาล โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในข้อหา “ประวิงการจำหน่าย มาตรา 30 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และข้อหา “ใบกำกับการขนส่งไม่เป็นไปตามประกาศที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนด มาตรา 30 พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ไม่ละเว้นผู้ใดเป็นอันขาด
ทั้งนี้ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะคณะทำงานตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 ลง 20 มีนาคม 2569 ได้สั่งเร่งรัดการตรวจสอบสืบสวนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเรื่องที่นำความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน กรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบจนพบว่าสาเหตุที่น้ำมันขาดแคลนโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดีเซล เกิดจากการประวิงเวลา การจำหน่ายน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ส่วนหนึ่งที่มีสถานีบริการน้ำมันไม่จ่ายน้ำมันออกไปยังสถานีบริการน้ำมัน ในช่วงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างวันที่ 20 - 25 มีนาคม 2569 ถึงแม้มีน้ำมันอยู่ในคลังน้ำมันอย่างเพียงพอ จนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการที่สถานีบริการน้ำมันไม่มีน้ำมันจำหน่าย โดยปริมาณน้ำมันดีเซลช่วงหลังจากปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันดีเซลได้หายไปจากระบบสะสมรวมแล้วกว่า 29.2 ล้านลิตร คิดเป็น 20.2 % นอกจากนั้นแล้วผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ยังมีการนำน้ำมันไปกักตุนในการขนส่งทางเรือและทางรถ โดยใช้การประวิงเวลา เพื่อให้น้ำมันไปถึงคลังน้ำมันในช่วงเวลาที่ตนเองสามารถที่จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลจากการเก็งกำไรราคาน้ำมัน โดยพบเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ (2-5 ล้านลิตร) จำนวน 23 เที่ยว (ของเดิม 2 เที่ยว) ประวิงเวลาเพื่อกักตุนน้ำมันบนเรือ จำนวน 50.8 ล้านลิตร และการประวิงเวลาทางรถ ซึ่งพบว่าไม่มีการระบุปลายทางจำนวน 662 เที่ยว จำนวนน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร ซึ่งเชื่อว่ามีพฤติกรรมในการกักตุนน้ำมันไว้บนรถหรือในสถานที่กักเก็บน้ำมันอื่นใดที่มีใช้ของสถานีบริการน้ำมัน โดยจะมีการสืบสวนขยายผลต่อไป

เช็ก 2 ราศีชะตาเปลี่ยน เส้นทางใหม่เปิดต้อนรับสิ่งที่ดีกว่าเดิม

5 หน่วยงานรัฐสืบพบ ดีเซลหายจากระบบ 29 ล้านลิตร สั่งฟ้องเอาผิดขั้นสูงสุด

"SAM" เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเอง บน LINE OA ช่วยคนเป็นหนี้ต่ำแสน ปิดหนี้ไว ไปต่อได้

น้ำนมโคมวกเหล็ก จ่อขึ้นทะเบียน GI ชูนมพรีเมียมต้นกำเนิดโคนมไทย
















