น้ำนมโคมวกเหล็ก จ่อขึ้นทะเบียน GI ชูนมพรีเมียมต้นกำเนิดโคนมไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่สระบุรี ดัน “น้ำนมโคมวกเหล็ก” เข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI ชูจุดเด่นนมโคคุณภาพพรีเมียม รสหวานมัน กลิ่นหอมเฉพาะตัว
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าผลักดัน “น้ำนมโคมวกเหล็ก” จังหวัดสระบุรี เข้าสู่ระบบคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หวังยกระดับสินค้าเกษตรท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่ม และปกป้องอัตลักษณ์นมโคคุณภาพสูงจากแหล่งกำเนิดอาชีพโคนมแห่งแรกของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมคณะ ลงพื้นที่สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและส่งเสริมสินค้าที่มีศักยภาพในการขึ้นทะเบียน GI ภายใต้ชื่อ “น้ำนมโคมวกเหล็ก” โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและคุ้มครองชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์น้ำนมโคคุณภาพเยี่ยมที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า อำเภอมวกเหล็กถือเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเห็นความสำคัญของการพัฒนาอาชีพเลี้ยงโคนมให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง
ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาและที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300-600 เมตร ส่งผลให้อากาศเย็นสบายตลอดปี และดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะต่อการปลูกพืชอาหารสัตว์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้โคนมมีสุขภาพดีและให้น้ำนมคุณภาพสูง
เกษตรกรในพื้นที่ยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสายพันธุ์โคนม การเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ และการบริหารจัดการฟาร์มตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้น้ำนมโคมวกเหล็กมีจุดเด่นเรื่องรสชาติหวานมัน เนื้อสัมผัสเข้มข้นละมุน และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศมายาวนานกว่า 60 ปี
ปัจจุบัน น้ำนมโคมวกเหล็กมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมีปริมาณการผลิตรวมมากกว่า 259 ล้านกิโลกรัมต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5,600 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยกว่า 4,200 ฟาร์ม
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจเยี่ยมฟาร์มโคนม รวมถึงกระบวนการผลิตและแปรรูปน้ำนม เช่น นมพาสเจอไรซ์ และนม UHT ภายใต้มาตรฐาน GAP และ GMP/GHP พร้อมหารือร่วมกับตัวแทนสหกรณ์และเกษตรกร เพื่อรับฟังข้อมูลด้านการผลิต การตลาด และอุปสรรคต่างๆ สำหรับประเมินศักยภาพในการผลักดันขึ้นทะเบียน GI
นางอรมน กล่าวว่า น้ำนมโคมวกเหล็กไม่ใช่เพียงสินค้าน้ำนมดิบทั่วไป แต่เป็นผลผลิตที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตเกษตรกร จึงควรได้รับการขึ้นทะเบียน GI เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากสินค้าต่างถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรรายย่อยในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางต่อยอดการตลาดเชิงรุก ด้วยการสร้าง “Storytelling” ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตเกษตรกรโคนมมวกเหล็กตามแนวพระราชดำริ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้สินค้า รวมถึงส่งเสริมการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อยกระดับภาพลักษณ์จากสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าพรีเมียมที่สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีมีสินค้า GI แล้ว 3 รายการ ได้แก่ ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เผือกหอมบ้านหมอ และมะม่วงมันหนองแซงสระบุรี ซึ่งในปี 2568 สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 373 ล้านบาท โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่า “น้ำนมโคมวกเหล็ก” จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ในระยะยาว

"SAM" เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเอง บน LINE OA ช่วยคนเป็นหนี้ต่ำแสน ปิดหนี้ไว ไปต่อได้

น้ำนมโคมวกเหล็ก จ่อขึ้นทะเบียน GI ชูนมพรีเมียมต้นกำเนิดโคนมไทย

ผัวหน้าซีด เมียเซอร์ไพรส์วันเกิดสุดพีก ขับรถส่งถึงบ้านเมียน้อย

ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ดันไทยสู่ฐานการผลิตอาหารเอเชีย เปิดตัว "สุกรแปรรูปพรีเมียม" แบรนด์ "CP Nippon"
















