ชายวัย 78 ปูเสื่อนอนหลังร้านสะดวกซื้อ นาน 10 ปี ทั้งที่ไม่ได้จน

ชายวัย 78 ปูเสื่อนอนหลังร้านสะดวกซื้อ นาน 10 ปี ทั้งที่ไม่ได้ยากจน เปิดเหตุผลที่ไม่มีใครคาดคิด ทำชาวเน็ตสะเทือนใจ
เรื่องราวของชายชราชาวจีนวัย 78 ปี รายหนึ่ง กลายเป็นไวรัลสะเทือนใจบนโลกออนไลน์ หลังมีคนพบว่าเขาใช้ชีวิตหลับนอนอยู่ภายในซูเปอร์มาร์เกตแห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้นานกว่า 10 ปี ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไร้บ้าน แถมยังมีเงินสดติดตัวและมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง แต่เหตุผลเบื้องหลังกลับทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย
รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวใช้นามสมมุติว่า “ฉางหมิง” โดยทุกคืนหลังซูเปอร์มาร์เกต RT-Mart ในเขตหยางปู่ปิดให้บริการ เขาจะนำเสื่อผืนเล็ก ๆ มาปูนอนบริเวณทางเดินด้านหลังร้านซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน
ฉางหมิงใช้ชีวิตแบบนี้ต่อเนื่องมานานถึง 10 ปี โดยทุกวันเวลา 04:30 น. เขาจะตื่นขึ้นมาเก็บเสื่อและจัดพื้นที่ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของพนักงาน ก่อนจะกลับมาใช้พื้นที่ดังกล่าวพักผ่อนอีกครั้งในตอนกลางคืน
คนที่พบเห็นส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเขาเป็นคนไร้บ้าน แต่ความจริงแล้ว ฉางหมิงมีทั้งเงินสดจำนวนมาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบครัน ทั้งแล็ปท็อปและหูฟังบลูทูธ อีกทั้งยังมีอพาร์ตเมนต์ขนาด 20 ตารางเมตรในหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งเป็นมรดกที่แม่ทิ้งไว้ให้
อย่างไรก็ตาม หลังหย่ากับอดีตภรรยาเมื่อปี 2543 เขากลับเริ่มรู้สึกหวาดกลัวการอยู่คนเดียวในบ้านที่เงียบเหงาและหนาวเย็น จนวันหนึ่งได้ค้นพบว่า บรรยากาศคึกคักบริเวณซูเปอร์มาร์เกตช่วยให้เขารู้สึกอุ่นใจมากกว่า จึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นแทน
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2564 หวงหลานเซีย แรงงานอพยพจากมณฑลซานตง ได้บังเอิญพบฉางหมิงในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและหนวดเครารุงรัง เธอรู้สึกสงสารจึงเริ่มพูดคุยและนำอาหารมาให้เป็นประจำ
เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ใกล้ชิดขึ้น จนฉางหมิงเกิดความซาบซึ้งใจ และอยากมีคนดูแลในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาจึงเสนอจะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้หวงหลานเซีย แลกกับการให้เธอดูแลเขาไปจนวันสุดท้ายของชีวิต
ปลายปี 2567 ทั้งสองได้เดินทางไปยังสำนักงานทนายความเพื่อจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับการดูแลและทรัพย์สิน แต่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร กลับพบข้อเท็จจริงที่ไม่คาดคิด เมื่อในเอกสารหย่าระบุชัดว่า “ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของอดีตภรรยา”
แม้ฉางหมิงจะยืนยันว่าเป็น “การหย่าร้างปลอม” แต่เนื่องจากอดีตภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว เอกสารดังกล่าวจึงกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย
ต่อมา ลูกชายของฉางหมิงได้ยื่นฟ้องร้อง และทั้งศาลชั้นต้นรวมถึงศาลอุทธรณ์ต่างตัดสินว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกชาย โดยฝ่ายลูกชายยืนยันว่า พ่อแม่หย่าร้างกันจริงจากปัญหาชีวิตคู่ที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้
ลูกชายยังเผยว่า เคยเสนอจะปรับปรุงบ้านให้พ่อกลับมาอยู่อาศัย และพร้อมดูแลพ่อโดยไม่ต้องโอนทรัพย์สินใด ๆ ให้ แต่ฉางหมิงปฏิเสธ เพราะกังวลว่าตนจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอีกครั้ง
ท้ายที่สุด ฉางหมิงตัดสินใจย้ายเข้าไปอาศัยอยู่กับหวงหลานเซียในห้องเช่าของเธอ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกยังคงตึงเครียด และกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินก็ยังดำเนินต่อไป
ข้อมูลจาก Sohu

รวบกระบะขนแบรนด์เนมเก๊เต็มคัน มูลค่า 5 ล้าน สารภาพรับจ้างขนส่งโกดังดัง

เตรียมรับมือ อุตุฯ ประกาศเข้าฤดูฝน 69 เต็มตัว เช็กรายละเอียดที่นี่

ชายวัย 78 ปูเสื่อนอนหลังร้านสะดวกซื้อ นาน 10 ปี ทั้งที่ไม่ได้จน

ปภ. แจ้งเตือน 3 อำเภอเพชรบูรณ์ รับมือฝนถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
















