ข่าว

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

25 เม.ย. 2569 | 14:40 น.
โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับหนุ่มไทย เปิดบริษัทบังหน้า ฟอกเงินข้ามโลกผ่านคริปโต เงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม หนุ่มไทย เปิดบริษัทบังหน้า ฟอกเงินข้ามโลกผ่านคริปโต เงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท

 

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

 

ผู้ต้องหา

1.นายเสริมศักดิ์ฯ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.325/2568 ลงวันที่ 19 ส.ค. 68
2.นางปริชาติฯ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.320/2568 ลงวันที่ 19 ส.ค. 68

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน สนับสนุนฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน ฯ

พฤติการณ์ เนื่องด้วยหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations) ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการสืบสวนคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ในลักษณะ Pig Butchering หรือการหลอกให้รักและลงทุน ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนหลายรายในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจากการสืบสวน HSI สามารถอายัดเหรียญดิจิทัล USDT ได้มากกว่า 100 ล้าน USDT หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่าเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวเชื่อมโยงมาถึงกลุ่มบุคคลในประเทศไทย จึงได้ประสานข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. เพื่อขยายผลตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายในประเทศไทย

 

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. จึงเริ่มทำการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติการณ์ในการเปิดบริษัทบังหน้า โดยใช้บัญชีธนาคารของบริษัทรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นจะทำการแลกเปลี่ยนเป็นเงินดิจิทัลสกุลต่าง ๆ แล้วโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์สั่งการ
 

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

 

 

ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 10 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท มีทั้งคดีที่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและหลอกให้ทำภารกิจเพื่อหารายได้พิเศษ อีกทั้งยังพบว่าอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับคดีฉ้อโกงออนไลน์ (หลอกลงทุนในหุ้น) ของ สภ.เมืองอุดรธานี

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และได้ตรวจยึดพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมทั้งสิ้น 15 รายการ

 

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

 

จากการสอบถามนายเสริมศักดิ์ฯ ให้การว่าตนได้ขอให้นางปริชาติฯ (มารดา) ร่วมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็น “ธุรกิจบังหน้า” โดยอ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านงานวิจัย แต่ในความเป็นจริงกลับนำบัญชีของบริษัทดังกล่าวมาใช้เป็นช่องทางในการรับแลกเหรียญดิจิทัล และรับฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวจีน

โดยมีลักษณะการดำเนินการคือ การรับโอนเหรียญดิจิทัลผ่านเครือข่ายหนึ่ง ก่อนจะแปลงและโอนเหรียญดิจิทัลข้ามไปอีกเครือข่ายหนึ่ง (Cross-chain) เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยได้รับจ้าง 100 USDT ต่อการแปลงข้ามเครือข่ายมูลค่า 1 ล้าน USDT

จากการสืบสวนเชิงลึก ยังพบว่านายเสริมศักดิ์ฯ มีการทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับบุคคลอื่นอีก 3 คน โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการหาลูกค้า การดูแลบัญชี และการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน โดยนายเสริมศักดิ์ฯ ทำหน้าที่โอนเหรียญดิจิทัลและโอนเงินบาท

 

โป๊ะแตก บุกรวบหนุ่มไทย ฟอกเงินข้ามโลก เงินหมุน 4,000 ล้าน

 

จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค. 68 - ต.ค. 68 บัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลของนายเสริมศักดิ์ฯ มีเหรียญดิจิทัลหมุนเวียนรวมสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยประชาชนให้ตระหนักถึงโทษตามกฎหมายของการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งในรูปแบบของการยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคาร การเป็นนายหน้าชักชวนให้เปิดหรือรับซื้อบัญชีธนาคาร รวมไปถึงการรับแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากรับจ้างเปิดบัญชีม้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงหรือฟอกเงิน อาจต้องรับโทษหนักขึ้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
พ.ต.ต.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ สว.กก.2 บก.ปอท.
โทรศัพท์ 084-594-9514

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"ต๊อด ปิติ" โพสต์ภาพครอบครัว แคปชั่นพร้อมช่วย ก่อนถูกถามตรงๆ

"ต๊อด ปิติ" โพสต์ภาพครอบครัว แคปชั่นพร้อมช่วย ก่อนถูกถามตรงๆ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำทัพนวัตกรรมไทยบุกCSITF 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล

กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำทัพนวัตกรรมไทยบุกCSITF 2026 ที่เซี่ยงไฮ้ ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล

กรมทรัพย์สินทางปัญญา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ผู้ทรงเห็นคุณค่าของการสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสังคม

กรมทรัพย์สินทางปัญญา น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ผู้ทรงเห็นคุณค่าของการสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสังคม

เผยอีกชื่อ "ฟารีดา" ที่เป็นภาษาไทย คนไม่สนิทอาจไม่เคยรู้

เผยอีกชื่อ "ฟารีดา" ที่เป็นภาษาไทย คนไม่สนิทอาจไม่เคยรู้

แตกหัก "ทนายตั้ม" สวนเดือด "ทนายรณณรงค์" หลังโพสต์ถึงมิตรภาพ 5 ปี

แตกหัก "ทนายตั้ม" สวนเดือด "ทนายรณณรงค์" หลังโพสต์ถึงมิตรภาพ 5 ปี