เจ้าของช้ำใจ ส่งน้องหมาผ่าตัดธรรมดาๆ กลับกลายเป็นฝันร้าย

เจ้าของใจสลาย ส่ง “น้องหางทอง” ผ่าตัด แต่กลับบ้านพร้อมแผลไหม้เนื้อเน่าเต็มหลัง ร้องสายไหมต้องรอดขอความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นางสาวมนัสสา อายุ 26 ปี ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังจากที่ได้นำสุนัขของตนไปทำการรักษาอาการผ่าตัดนิ่วที่โรงพยาบาลสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม แต่โรงพยาบาลกลับทำให้หลังของสุนัขเกิดแผลไหม้จนเนื้อเน่าเสีย และปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ เมื่อได้แจ้งความกับตำรวจ ตำรวจกลับแนะนำให้ผู้เสียหายฟ้องร้องในทางแพ่งเอง
เจ้าของซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้เล่าให้ฟังว่าสุนัขของตนชื่อ "น้องหางทอง" เป็นพันธุ์พิทบูล เพศเมีย อายุ 4 ปี 3 เดือน มีลักษณะเชื่องและไม่ก้าวร้าว โดยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ตนได้พาน้องไปทำการผ่าตัดนิ่วและทำหมันที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยเริ่มการผ่าตัดในเวลา 12.45 น. ใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนที่จะไปรับน้องกลับบ้านในเวลา 19.00 น.
ในวันถัดมา ตนได้สังเกตเห็นรอยช้ำลักษณะเป็นรอยไหม้ที่ชั้นผิวหนังใต้ขนของน้อง ซึ่งตนยืนยันว่า ก่อนการผ่าตัดครั้งนี้น้องไม่มีบาดแผลหรือเป็นโรคผิวหนังมาก่อน จึงได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์ไปสอบถามกับสัตวแพทย์ แต่สัตวแพทย์กลับแจ้งว่าน้องเป็นโรคผิวหนัง ทำให้ในวันที่ 21 มีนาคม ตนต้องพาน้องกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง โดยอุ้มน้องไป เนื่องจากน้องไม่สามารถใส่สายจูงได้ แต่ทางโรงพยาบาลกลับยืนยันให้ใส่สายจูง ซึ่งเมื่อใส่สายจูง ขนของน้องก็หลุดออกมาทันที โดยทางโรงพยาบาลได้ให้ยาเพียง 3 ตัว และไม่ชี้แจงเกี่ยวกับอาการของน้อง พร้อมทั้งแนะนำให้ตนทำแผลที่บ้านเอง โดยไม่ยอมให้น้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ตนจึงต้องนำสุนัขกลับบ้าน และหลังจากผ่านไป 1-2 วัน อาการของน้องยังไม่ดีขึ้น มีอาการซึม และไม่สามารถกินอาหารได้ แม้กระทั่งไก่ซึ่งเป็นอาหารที่น้องชอบ ตนจึงพาน้องกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมในวันที่ 26 มีนาคม โดยพบกับสัตวแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้น้อง ซึ่งสัตวแพทย์ได้เห็นว่าแผ่นหลังของน้องมีอาการบวม และเมื่อโกนขนออกก็พบรอยไหม้ที่มีหนองติดเชื้อ ก่อนที่สัตวแพทย์จะยอมรับว่าเกิดจากแผ่นความร้อนที่ใช้ในระหว่างการผ่าตัด เนื่องจากเกรงว่าน้องจะช็อก อย่างไรก็ตาม ตนไม่คาดคิดว่าการพาน้องไปทำแผลครั้งนี้จะต้องเสียค่ารักษาอีก 2,000 บาท ทั้งที่เป็นความผิดของโรงพยาบาล
ตนจึงตัดสินใจติดต่อเจ้าของโรงพยาบาลเพื่อขอให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยเจ้าของโรงพยาบาลได้โทรกลับมาและยินดีโอนค่ารักษาในวันนั้นให้จำนวน 2,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 มีนาคม อาการของน้องยังไม่ดีขึ้น เจ้าของโรงพยาบาลจึงแนะนำให้ตนพาน้องมาทำแผลทุกเย็น ตนพยายามขอให้น้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากต้องทำงานและรู้สึกไม่สบายใจที่อาการของน้องค่อนข้างหนัก แต่เจ้าของโรงพยาบาลกลับแจ้งว่าน้องมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถอยู่ในกรงได้ และเกรงว่าจะมีอาการแทรกซ้อน รวมถึงยังแนะนำให้ตนจ้างคนพาน้องไปโรงพยาบาลแทน หากไม่สะดวก
ต่อมาตนเองพาน้องไปรักษาที่ โรงพยาบาลสัตว์อีกแห่ง ซึ่งหมอระบุในใบแพทย์ว่า แผ่นหลังของน้องมีเนื้อตายขนาด 20 × 60 ซม. ขณะนั้นตนเองก็พยายามทวงถามความรับผิดชอบจาก โรงพยาบาลแรก แต่ก็ยังไม่ได้การรับผิดชอบใด ๆ และหลังจากนั้นทาง โรงพยาบาลดังกล่าวก็เงียบหายไม่ติดต่อมาอีกเลย และเมื่อตนเองไปแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน กลับให้ตนเองไปฟ้องศาลในคดีแพ่งเอาเอง ตนเองจึงอยากมาเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะจนถึงตอนนี้ตนเองหมดค่ารักษาพยาบาลไปแล้วเกือบ 100,000 บาท และขณะนี้ยังต้องรักษาน้องต่อไปอีกนานนับเดือน
เจ้าของกล่าวว่า ตนไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เป็นคดีความ แต่แค่อยากให้ทาง โรงพยาบาลแรก ช่วยเยียวยาสุนัขของตนเท่านั้นเอง
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เผยว่า เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่มันอาจเกิดจากความผิดพลาดก็ได้ แต่ในเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องตามมาคือความรับผิดชอบ ซึ่งตัวเจ้าของสุนัขไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่า ความรับผิดชอบเท่านั้น หากทาง โรงพยาบาลหรือหมอที่รักษาเจ้าแรกดูอยู่ ก็อยากฝากให้ช่วยเยียวยาด้วย

ราศีกรกฎเตรียมตัว ดาวอาทิตย์มหาอุจจ์ โอกาสยิ่งใหญ่มาแล้ว

สุดเศร้า พ่อผู้เสียสละ ดันลูกเมีย 4 คนรอดพ้นน้ำ แต่ตัวเองยอมจากไป

สำนักการโยธา แจ้งปิดเบี่ยงการจราจร ถ.ราชวิถี ตลอด 24 ชั่วโมง

รองผู้ว่าฯ รุดตรวจหนองแขม เร่งงบปรับทางน้ำ-โชว์แยกขยะต้นแบบ
















