รวบคาหน้าเรือนจำ หนุ่มพ้นโทษไม่กี่ก้าว รู้คดีถึงกับสมควร

รวบคาหน้าเรือนจำ หนุ่มพ้นโทษไม่กี่ก้าว รู้คดีถึงกับสมควร หลังเปิดบัญชีม้า แลกเศษเงิน 4 พัน ทำเหยื่อสูญเฉียดล้าน พบหมายจับติดตัวอื้อ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) เปิดปฏิบัติการรวบตัวผู้ต้องหาคนสำคัญในขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ หลังวางแผนติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าจับกุมได้แบบคาหนังคาเขาทันทีที่พ้นเรือนจำ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำหมายศาลเข้าควบคุมตัว นายณัฐภัทร หรือ “ซอส” อายุ 27 ปี บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษธนบุรี ภายหลังเพิ่งพ้นโทษคดีเก่า แต่กลับถูกอายัดตัวทันทีตามหมายจับค้างเก่าอีก 3 คดี
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่วางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมิจฉาชีพจะใช้แอปพลิเคชันไลน์ปลอมตัวเป็นนักลงทุน ใช้ชื่อ “ศิริพงษ์ มีเศรษฐี” สร้างโปรไฟล์น่าเชื่อถือ ก่อนตีสนิทเหยื่อและชักชวนร่วมลงทุน อ้างผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น พร้อมแสดงหลักฐานปลอม ทั้งกราฟกำไรและสลิปโอนเงิน เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจ
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งมีทั้งบัญชีของผู้ต้องหาและบัญชีม้าหลายบัญชี เงินจะถูกกระจายออกจากระบบอย่างรวดเร็ว มีผู้เสียหายรายหนึ่งสูญเงินกว่า 800,000 บาท ก่อนถูกตัดการติดต่อหนีหาย
เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. ขยายผลจนทราบว่า นายณัฐภัทร ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรี และมีกำหนดพ้นโทษวันที่ 14 เม.ย. 2569 จึงประสานกรมราชทัณฑ์ วางแผนอายัดตัวล่วงหน้า กระทั่งทันทีที่ก้าวออกจากเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับเข้าควบคุมตัว โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีดังกล่าวมาก่อน
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ชื่อ “เนท” ให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 6 บัญชี แลกค่าจ้างเพียง 4,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเปิดเผยขั้นตอนของขบวนการว่า ต้องเดินทางจากหมอชิตไป อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนมีคนพาข้ามแดนไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อสแกนใบหน้าเปิดบัญชีออนไลน์และทำธุรกรรม ใช้เวลา 3-4 วัน ก่อนเดินทางกลับไทย
ตรวจสอบประวัติในระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบยังมีหมายจับค้างอยู่ 3 คดี ได้แก่
- ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
- ศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
- ศาลจังหวัดศรีสะเกษ ข้อหาสนับสนุนการฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอายัดตัวดำเนินคดีในพื้นที่อื่น ๆ ให้ครบทุกข้อหา ต่อไป



















