"ต้อม8ถุง" ร้องขอโทษประหารชีวิต ตำรวจเผยอาการในห้องขัง

คุมตัว “ต้อม 8 ถุง” ฝากขังศาลอาญา เจ้าตัวเปิดใจเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป พร้อมขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและขอรับโทษประหาร
เช้าวันที่ 27 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่ สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายต้อม ชาวลาว หรือ ต้อม8ถุง ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.แรม แฟนสาวชาวลาวด้วยกัน ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่านายต้อมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเช้า นั่งอ่านหนังสือธรรมะภายในห้องควบคุมตัว มีท่าทีสงบ และยังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำเปล่า รวมถึงน้ำอัดลมได้ตามปกติ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเวรประจำหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาไม่ได้มีอาการเครียด สามารถรับประทานอาหารและพักผ่อนได้ตามปกติ
ต่อมาเวลา 09.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายต้อมไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามความรู้สึก เจ้าตัวยอมรับว่าคิดถึงแฟนสาวมาก และอยากขอโทษพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัวของทั้งสองฝ่าย พร้อมเผยว่าสาเหตุที่อ่านหนังสือธรรมะในห้องขัง เพราะตั้งใจจะบวชหลังพ้นโทษ
อย่างไรก็ตาม นายต้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาหึงหวงจนทำให้เกิดเหตุร้าย โดยอ้างว่าตั้งใจจะให้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันที่บ้าน แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอม อีกทั้งยังมีการโวยวาย ทำให้ตนเผลอเข้าไปจับตัวไว้ ทั้งที่ขณะนั้นไม่ได้มีอารมณ์โกรธ แต่ยอมรับว่าช่วงนั้นเหมือน “ฟิวส์ขาด”
ส่วนประเด็นการจัดการับศพ นายต้อมระบุว่า ขณะนั้นคิดอะไรไม่ออกแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกเสียใจหรือไม่ เพราะผู้เสียชีวิตคือคนที่รักที่สุด เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ว่า “เสียใจมากครับ” และเมื่อถูกถามต่อว่ารักผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่ เหตุใดจึงก่อเหตุเช่นนี้ นายต้อมตอบเพียงว่า “อันนี้ไม่รู้ครับ”
ผู้ต้องหายังกล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว พร้อมยอมรับผลของการกระทำตามกฎหมาย และยินดีรับโทษประหารชีวิต โดยอยากให้เรื่องของตนเป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนอื่นว่า “อย่าประมาทในชีวิต ตนประมาทเกินไป” พร้อมระบุว่า หากถูกลงโทษประหารก็ยอมรับ แต่หากวันหนึ่งพ้นโทษจากเรือนจำ ก็อยากจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้แฟนสาวตลอดชีวิตที่ประเทศลาว
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีอัตราโทษสูง และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน




















