เอาหล่ะสิ สื่อนอกเผย 5 ประเทศเอเชียเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน

เอาหล่ะสิ สื่อนอกเผย 5 ประเทศเสี่ยงขาดแคลนน้ำมัน หากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อเนื่อง น้ำมันสำรองน้อย เสี่ยงได้รับผลกระทบหนัก
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกดดันตลาดพลังงานโลกอย่างหนัก หลังอิหร่านจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชียที่พึ่งพาเส้นทางดังกล่าวต้องเร่งประเมินความเสี่ยงด้านพลังงาน ท่ามกลางความกังวลว่า หากวิกฤตยืดเยื้อ อาจเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันดิบและต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นเป็นลูกโซ่ทั่วภูมิภาค
ชนวนของวิกฤตครั้งนี้เกิดจากสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนสถานการณ์จะลุกลามต่อเนื่องจนเกิดการตอบโต้ทางทหารในหลายจุดของอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่า การโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงโรงงานก๊าซในเขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ของกาตาร์ด้วย
ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า อิหร่านได้ปิดกั้นหรือจำกัดการผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และแม้ล่าสุดเตหะรานจะส่งสัญญาณว่ายังเปิดทางให้เรือบางส่วนผ่านได้ แต่จะจำกัดเฉพาะเรือที่ไม่เชื่อมโยงกับประเทศที่ถูกมองว่าเป็นศัตรู ทำให้การเดินเรือพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังชะงักงัน และเกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพพลังงานของโลกอย่างมาก
ผลกระทบเริ่มเห็นชัดในเอเชีย โดยหลายประเทศต้องจับตาระดับน้ำมันสำรองอย่างใกล้ชิด เพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการนำเข้าน้ำมันในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซราว 90% ยังเริ่มหารือแม้กระทั่งความเป็นไปได้ในการสนับสนุนภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด หากมีข้อตกลงหยุดยิงในอนาคต สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาด แต่ลามไปถึงมิติความมั่นคงแล้ว
สำหรับ 5 ประเทศเอเชียเผชิญวิกฤตน้ำมันสำรองเหลือน้อย ข้อมูลจากทีมสินค้าโภคภัณฑ์ของ SocGen และ Forbes ระบุว่ามีหลายประเทศในเอเชียที่กำลังเผชิญความเสี่ยงอย่างหนัก เนื่องจากนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนี้
- เมียนมา : นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 80% และมีน้ำมันสำรองเหลือใช้ได้เพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น
- เวียดนาม : พึ่งพาน้ำมันจากเส้นทางนี้มากกว่า 80% และคาดว่าน้ำมันอาจหมดคลังภายใน 1 เดือนหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
- ฟิลิปปินส์ : นำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบนี้มากกว่า 3 ใน 4 ของปริมาณการใช้ทั้งหมด
- สิงคโปร์ : มีน้ำมันสำรองเหลือสำหรับใช้งานได้เพียง 40 วัน และอาจต้องจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ที่มีราคาสูงขึ้นมาก
- ไทย : แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าเล็กน้อย แต่มีน้ำมันสำรองเหลือใช้เพียง 50 วัน โดยปกติไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน
ขณะเดียวกัน Reuters รายงานด้วยว่า ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเร่งหันไปใช้ท่อส่งทางบกและเส้นทางส่งออกทางเลือก เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซให้มากที่สุด แต่ศักยภาพของเส้นทางสำรองเหล่านี้ยังไม่สามารถทดแทนปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบได้ทั้งหมด จึงทำให้ตลาดยังคงกังวลว่าการขาดแคลนจะยืดเยื้อ
ด้านราคาน้ำมันก็ขยับขึ้นแรงตามความเสี่ยงของสงคราม โดย Reuters รายงานก่อนหน้านี้ว่า WTI เคยพุ่งขึ้นแตะระดับราว 94.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนมีนาคม ขณะที่สื่อการเงินอย่าง Barron’s รายงานว่าราคาน้ำมันสหรัฐแกว่งตัวในช่วงประมาณ 93.50–98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางแรงเก็งกำไรและความกังวลว่าหากช่องแคบยังไม่กลับมาเปิดตามปกติ ราคามีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์ได้อีก
เพื่อลดแรงกระแทกด้านพลังงาน รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตรการฉุกเฉินหลายด้าน รวมถึงการยกเว้นกฎหมาย Jones Act เป็นเวลา 60 วัน เพื่อเปิดทางให้เรือต่างชาติขนส่งเชื้อเพลิงและสินค้าอื่นระหว่างท่าเรือในสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังอนุญาตการขายน้ำมันอิหร่านที่อยู่ระหว่างขนส่งทางทะเลเป็นการชั่วคราว 30 วัน เพื่อช่วยเพิ่มอุปทานในตลาดและบรรเทาราคาที่พุ่งสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่ามาตรการเหล่านี้ช่วยได้เพียงประคองสถานการณ์ในระยะสั้น เพราะต้นตอของปัญหายังอยู่ที่การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ IMO ยังเรียกร้องให้มีการจัดตั้งทางเดินเรือปลอดภัย เพื่ออพยพลูกเรือพาณิชย์หลายหมื่นคนที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย สะท้อนว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่พลังงาน แต่ลุกลามไปถึงความปลอดภัยของการค้าโลกแล้ว
หากการเจรจาไม่คืบหน้า และการเดินเรือผ่านฮอร์มุซยังถูกจำกัดต่อไป วิกฤตพลังงานรอบนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันใหญ่ต่อเศรษฐกิจเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่นำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งจะต้องเผชิญทั้งต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และภาระด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน
ข้อมูลจาก UNILAD , Forbes , Yahoo! Finance , Reuters และ BBC

กรมที่ดิน เปิดยื่นรังวัดออนไลน์ 24 ชม. ผ่านแอปฯ ง่ายๆ ใน 5 นาที

ติดโซลาร์รูฟท็อปที่บ้าน ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 200,000 บาท

เช็กดวง 4 ราศี หักมุมรับทรัพย์ พร้อมระวังช่วง 22-29 มี.ค.

ทำไมห้ามใช้ถังพลาสติก-ถัง IBC เติมน้ำมัน เปิดสาเหตุเสี่ยงประกายไฟ
















