แพปลาโอดน้ำมันพุ่ง-ต้นทุนพุ่ง 30% วอนรัฐคุมราคาอุปกรณ์ด่วน

วิกฤตราคาน้ำมันพ่นพิษทำเรือประมงจอดสนิท รถขนส่งค้างกลางทางทำอาหารทะเลเน่าเสีย เจ้าของแพปลากรุงเทพฯ จี้พาณิชย์เร่งคุมราคาต้นทุนทั้งถุงพลาสติกและลังโฟมที่พุ่งสูงเกือบ 30% หวั่นกระทบค่าครองชีพเป็นลูกโซ่
กรุงเทพฯ – ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ย่านสะพานปลากรุงเทพ (เจริญกรุง) หลังราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมประมงและระบบขนส่งอาหารทะเลทั่วประเทศ
เจ้าของแพปลารายหนึ่งเปิดเผยว่า ปัจจุบันเรือประมงส่วนใหญ่ต้องจอดเทียบท่าไม่สามารถออกเรือได้ เนื่องจากแบกรับค่าต้นทุนน้ำมันไม่ไหว ประกอบกับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันในสถานีจ่ายน้ำมันหลายพื้นที่ ขณะที่ฝั่งรถขนส่งสินค้าทั้งภาคเหนือและภาคใต้ต้องเผชิญวิกฤต "น้ำมันหมดรอการขนส่ง" ทำให้รถต้องจอดค้างกลางทาง ส่งผลให้สินค้าอาหารทะเลสูญเสียความสดและเน่าเสีย หากมาถึงสะพานปลาล่าช้ากว่าเวลาตลาด สินค้าจะขายไม่ออกเพราะพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อวัตถุดิบกลับไปหมดแล้ว
นอกจากราคาน้ำมันแล้ว ต้นทุนอุปกรณ์ที่จำเป็นยังปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 30% เช่น
- ถุงพลาสติก: เดิมราคา 73 บาท พุ่งสูงถึง 85 บาท
- วัสดุอื่นๆ: หนังยาง ลังโฟม และเทปกาว ปรับราคาสูงขึ้นทั้งหมด
ผู้ประกอบการจึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ต้นทุนอย่างจริงจัง พร้อมขอให้รัฐบาลเร่งพยุงราคาน้ำมันเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้เรือประมง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย หวั่นเกรงว่าภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจะถูกผลักไปยังผู้บริโภค และกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพสูงแบบลูกโซ่ในที่สุด



















