ข่าวดีแรงงาน กฎหมายใหม่ "ยึด-อายัดทรัพย์นายจ้าง" ทวงคืนสิทธิให้ลูกจ้าง

ดัดหลังนายจ้างเบี้ยวเงิน ระเบียบใหม่สั่งยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สิน ชดใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้
ข่าวดีแรงงาน เปิดระเบียบใหม่ปี 2569 เพิ่มมาตรการ ยึด-อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินนายจ้างค้างจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อคุ้มครองสิทธิและทวงคืนความเป็นธรรมให้พี่น้องแรงงานอย่างรวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช็กขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางติดตามหนี้จากนายจ้างได้ที่นี่
ดัดหลังนายจ้างเบี้ยวเงิน ระเบียบใหม่สั่งยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สิน ชดใช้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้
แรงงานออกระเบียบใหม่ วางแนวยึด-อายัด-ขายทอดตลาดทรัพย์สินนายจ้างค้างจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เป็นกลไกสำคัญในการช่วยคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง
วันที่ 8 มีนาคม 2569 — นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ออก ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พ.ศ. 2569 เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น
ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ
ระเบียบฉบับใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามเงินจากผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง แต่ไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือค้างชำระ รวมถึงกรณีที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จ่ายเงินช่วยเหลือลูกจ้างไปก่อน แล้วต้องใช้สิทธิไล่เบี้ยคืนจากนายจ้างหรือผู้มีหน้าที่ชดใช้เงิน
รองโฆษกฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของระเบียบฉบับนี้ คือการกำหนดขั้นตอนการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การส่งคำเตือน การตรวจสอบทรัพย์สิน การออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด และการนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ในส่วนของการตรวจสอบทรัพย์สิน ระเบียบใหม่นี้เปิดทางให้พนักงานตรวจแรงงานสามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการเงิน กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อใช้ประกอบการติดตามและบังคับชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามารถถูกยึดหรืออายัดได้อย่างชัดเจน ทั้งสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิเรียกร้อง หุ้น หลักทรัพย์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิการเช่า หรือสิทธิอื่นที่มีมูลค่า รวมถึงกำหนดวิธีดำเนินการในกรณีทรัพย์สินอยู่ต่างพื้นที่ ทรัพย์สินมีเจ้าของร่วม หรือมีผู้คัดค้านการยึดและอายัดไว้ด้วย
รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ระเบียบฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม โดยเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลภายนอกที่อ้างสิทธิในทรัพย์สิน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตามขั้นตอน และหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ควรยึดหรืออายัดทรัพย์ดังกล่าว ก็สามารถมีคำสั่งถอนการยึดหรืออายัดได้
สำหรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ได้กำหนดแนวทางไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องการประกาศขาย ระยะเวลา สถานที่ เงื่อนไขการวางเงินมัดจำ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
“ระเบียบฉบับใหม่นี้จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นอีกกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างและสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว

ปรับร่วงแรง ราคาทองคำวันนี้ 9 มี.ค.69 เปิดตลาดประกาศครั้งที่ 1

เลขทะเบียนรถ งูจงอาง 3 เมตร เลื้อยซุกกระโปรงหน้ารถเก๋ง

ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่ง 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ผลพวงศึกอิหร่าน-สหรัฐฯ

ปอนด์พี่เขย เล่าสาเหตุแท้จริงหยุดก่อเหตุกลางคัน ชี้ไม่รู้น้องแพรวเสียชีวิต
















