ชาวบ้านปากชมพลิกวิกฤตน้ำโขงลด ร่อนทองสร้างรายได้เสริม

ราคาทองพุ่งทะลุ 7 หมื่น! ชาวบ้าน อ.ปากชม จ.เลย แห่ร่อนทองริมน้ำโขงช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้หลักพันต่อวัน เผยเป็นอาชีพดั้งเดิมที่กลับมาคึกคักสุดขีดในปี 2569
วิกฤตราคาทองแพงกลายเป็นโอกาสทองของชาวบ้านริมโขง! เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านศรีภูธรและบ้านหาดเบี้ย ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย บรรยากาศกลับมาคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลงจนเห็นโขดหินและหาดทรายกว้าง ชาวบ้านต่างพากันนำอุปกรณ์คู่ใจออกมา ร่อนทอง ซึ่งเป็นอาชีพภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
สาเหตุหลักที่ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษเนื่องจาก ราคาทองคำวันนี้ พุ่งสูงทำลายสถิติประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยราคาทองคำแท่ง 1 บาท ทะลุไปกว่า 70,000 บาท ทำให้การออกไปเสี่ยงโชคหา ทองคำ ในลำน้ำโขงกลายเป็นงานที่สร้างรายได้มหาศาล
นางสมบูรณ์ ชาวบ้านศรีภูธร เล่าให้ฟังว่า ปกติการ ร่อนทอง หรือที่คนแถวนี้เรียกว่า "เล่นคำ" เริ่มซบเซาไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่พอปีนี้ทองแพงขึ้นมาก ชาวบ้านจึงตื่นแต่เช้ามาลงหาดทราย เพราะหากโชคดีจะสามารถสร้าง รายได้เสริม ได้ไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 - 1,500 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำหรือการรับจ้างทั่วไปหลายเท่าตัว
ทางด้านนางอำนวย ชาวบ้านหาดเบี้ย เสริมว่าการจะได้ทองนั้นต้องอาศัยทั้งทักษะและ โชควาสนา บางวันร่อนได้เศษทองขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ (ประมาณ 2 มิลลิเมตร) ก็นำไปขายได้เงินหลายพันบาทเหมือนถูกหวย โดยมีขั้นตอนการทำเริ่มจากการขุดหินแร่จากลำธารมาใส่ตะกร้า ร่อนแยกในน้ำหลายรอบจนเหลือเศษหินที่มีแร่ทองผสม แล้วจึงใช้ ปรอท มาคัดแยกเพื่อรวมทองให้เป็นก้อน หรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า "การเอาบามาล่อ"
อย่างไรก็ตาม อาชีพชาวบ้าน กลุ่มนี้ยังต้องลุ้นกับปัจจัยภายนอก หากระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นหรือมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนในประเทศจีน ก็จะทำให้พื้นที่ร่อนทองจมหายไปและขาดรายได้ทันที ช่วงน้ำลดปีนี้จึงถือเป็นโอกาสทองที่ชาวบ้านต้องรีบตักตวงก่อนที่ฤดูกาลจะเปลี่ยนไป



















