ข่าว

heading-ข่าว

กุมภาฯ ป่วยพุ่ง 1.6 แสนราย กรมควบคุมโรคเตือน 8 โรคอันตราย

24 ก.พ. 2569 | 16:15 น.
กุมภาฯ ป่วยพุ่ง 1.6 แสนราย กรมควบคุมโรคเตือน 8 โรคอันตราย

เปิดโผ "8 โรคตัวร้าย" ถล่มไทยกุมภาพันธ์นี้ ยอดป่วยสะสมพุ่งทะลุแสน บางโรคตายสูงจนน่าตกใจ กุมภาพันธ์นี้ต้องรู้ สรุปสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ 2569 โดยกรมควบคุมโรค

กุมภาฯ ป่วยพุ่ง 1.6 แสนราย กรมควบคุมโรคเตือน 8 โรคอันตราย กรมควบคุมโรคแถลงข่าว “กุมภาพันธ์ รู้ทันความเสี่ยง เลี่ยงโรคและภัยสุขภาพ” ย้ำประชาชน ทุกช่วงวัยใส่ใจสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงป้องกันโรคอย่างถูกวิธี

 

  • วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ และ นายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ 


ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ “กุมภาพันธ์ รู้ทันความเสี่ยง เลี่ยงโรคและภัยสุขภาพ” เพื่อติดตามสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพที่อยู่ในความสนใจของประชาชน พร้อมเน้นย้ำแนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรค การลดพฤติกรรมเสี่ยง และการดูแลสุขภาพตนเอง


5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูลวันที่ 18 มกราคม – 16 กุมภาพันธ์ 2569) ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคสุกใส

 

กุมภาฯ ป่วยพุ่ง 1.6 แสนราย กรมควบคุมโรคเตือน 8 โรคอันตราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5 อันดับโรคที่พบอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (ข้อมูลวันที่ 1 – 22 มกราคม 2569) ได้แก่ โรคเมลิออยโดสิส โรคไข้หูดับ โรคเลปโตสไปโรสิส โรคปอดอักเสบ โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี

โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยสะสม 99,865 ราย เสียชีวิต 7 ราย ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 – 31 มกราคม 2569) พบผู้ป่วยสะสม 79,456 ราย แนวโน้มผู้ป่วยลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา 
แต่ยังคงพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรือนจำ สถานศึกษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5 – 9 ปี ส่วนสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ A/H3N2 แนะนำ 7 กลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและ
ลดความรุนแรงของโรค

โรคอาหารเป็นพิษ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยสะสม 24,716 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 0 – 9 ปี ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 – 31 มกราคม 2569) พบผู้ป่วยสะสม 19,776 ราย 

ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน 

โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยสะสม 161,846 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 0 – 4 ปี ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 – 31 มกราคม 2569) พบผู้ป่วยสะสม 19,776 ราย เสียชีวิต 1 ราย แนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้น แนะยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” กินอาหารปรุงสุกใหม่ แยกเก็บอาหารสุกและดิบในอุณหภูมิที่เหมาะสม อาหารปรุงสุกเก็บเกิน 2 ชั่วโมงควรอุ่นร้อนก่อนกิน ล้างมือให้สะอาดก่อนจับอาหาร ชงนมเด็ก หลังเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสสิ่งสกปรกและสัตว์เลี้ยง เลือกดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำบรรจุขวดมีเครื่องหมาย อย. ปิดสนิท และน้ำแข็งที่สะอาด ไม่มีสี หรือกลิ่นผิดปกติ

 

กุมภาฯ ป่วยพุ่ง 1.6 แสนราย กรมควบคุมโรคเตือน 8 โรคอันตราย

โรคลีเจียนแนร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยสะสม 13 ราย ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ปัจจัยเสี่ยงต่อการรับเชื้อ
คือการเข้าพักที่พักหรือโรงแรมที่มีการดูแลบำรุงรักษาระบบน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยในปี 2569 แนวโน้ม

ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน และพบการรายงานงานผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น แนะนำประชาชนบำรุงรักษาอุปกรณ์ และสุขภัณฑ์ให้มีความสะอาด ล้างตะกรันหัวฝักบัว ก๊อกน้ำ และถังพักน้ำในที่พักอาศัย โดยเฉพาะที่พัก

ที่มีผู้สูงอายุ และต้องทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ถาดรองรับน้ำในที่พักอาศัย อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยว แนะนำเลือกพักโรงแรมที่ผ่านมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (GREEN Health Hotel)

โรควัณโรค สถานการณ์วัณโรคดื้อยา ช่วงปี 2563 – 2569 พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (MDR/RR-TB) 

มากที่สุดทุกปี รองลงมาเป็นชนิดรุนแรง (pre-XDR-TB) และชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB) สำหรับช่วงเดือนกันยายน 2568 – มกราคม 2569 พบผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 30 – 44 ปี รองลงมาคือ 45 – 59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป 

โดยเป็นกลุ่มวัยทำงานเป็นหลัก แนะนำผู้ป่วยวัณโรคและวัณโรคดื้อยา รับประทานยาอย่างต่อเนื่องครบตามแผนการรักษา ในช่วงระยะแพร่เชื้อ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเมื่อไอหรือจาม จากนั้นทิ้งทันที พร้อมจัดที่พักอาศัยให้อากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงแดดส่องถึง และนำเครื่องนอนไปตากแดด
สม่ำเสมอ สำหรับผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคหรือวัณโรคดื้อยา ควรเข้ารับการคัดกรองและตรวจหาวัณโรคทันที และตรวจติดตามทุก 6 เดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี จากนั้นตรวจเป็นประจำทุกปี พร้อมแจ้งสถานบริการสาธารณสุขว่าเป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรังนาน 2 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด ไข้ต่ำ ๆ เหนื่อยหอบ น้ำหนักลด
โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ควรรีบไปพบแพทย์ แนะนำประชาชนตรวจสุขภาพ​ เอ็กซ์เรย์​ปอดปีละ 1 ครั้ง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ จัดสิ่งแวดล้อมที่อาศัยให้อากาศถ่ายเทให้สะดวก และสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด
โรคฝีดาษวานร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 25 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 30 – 39 ปี สำหรับสถานการณ์การระบาดในเรือนจำกรุงเทพมหานคร พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย ความเสี่ยงการแพร่เชื้อเกิดจากการดูแลผู้ป่วย การทำแผล และการทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อนจากสารคัดหลั่ง ทั้งนี้ได้ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม พบผู้มีความเสี่ยงสูง 49 ราย ผู้ป่วยสงสัย 9 ราย และผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย พร้อมให้วัคซีนป้องกัน 105 คน แบ่งเป็นผู้ต้องขัง 81 คน บุคลากรทางการแพทย์และผู้ช่วยเหลือ 24 คน รวมถึงได้ตรวจตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม 10 จุดเสี่ยง ไม่พบสารพันธุกรรม Mpox ทั้งนี้ ได้คัดแยกผู้สัมผัส เฝ้าระวัง 21 วัน และทำความสะอาดและทำลายเชื้อในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด แนะประชาชนหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จักหรือผู้ที่มีผื่นสงสัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด พร้อมทั้งหมั่นล้างมืออย่างสม่ำเสมอ หากมีไข้ ผื่น หรืออาการผิดปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และเด็กเล็ก ควรรีบพบแพทย์ทันที สำหรับผู้มีประวัติเสี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ขอให้สังเกตอาการตนเองจนครบ 21 วัน งดพฤติกรรมเสี่ยง และเข้ารับการตรวจทันทีเมื่อมีอาการสงสัย


โรคเมลิออยโดสิส (โรคไข้ดิน) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยสะสม 318 ราย เสียชีวิต 

 

10 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 – 31 มกราคม 2569) พบผู้ป่วยสะสม 217 ราย เสียชีวิต 7 ราย แนวโน้มผู้ป่วยต่ำกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน แนะประชาชน “ใส่รองเท้าบูท ดื่มน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงสูดดม (ฝุ่นดิน)” หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือย่ำดินด้วยเท้าเปล่า ควรสวมรองเท้าบูททุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำ ดิน หรือโคลน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรรีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันทีหลังสัมผัสน้ำหรือแช่น้ำ 

 

พร้อมทั้งดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก และใช้น้ำประปาที่มีระดับคลอรีนได้มาตรฐานสำหรับอาบน้ำ ล้างหน้า และแปรงฟันนอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางสายฝน โดยเฉพาะในช่วงที่มีลมแรงหรือพายุ เพื่อลดความเสี่ยงการสูดละอองดิน

 

ที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้ หากมีไข้สูงต่อเนื่อง 2 วัน พร้อมกับมีประวัติลุยน้ำหรือสัมผัสดิน ให้รีบพบแพทย์ทันที

 

สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในต่างประเทศ ประเทศอินเดีย มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในรัฐเวสเบงกอล เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิง 1 ใน 2 บุคลากรทางการแพทย์ ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากระบบทางเดินหายใจ ขณะนี้ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มจากผู้สัมผัส 196 ราย และประกาศควบคุมการระบาดได้แล้ว ประเทศบังกลาเทศ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย

 

ในเขตราชชาฮี เสียชีวิตเมื่อ 28 มกราคม 2569 ผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทาง แต่มีประวัติดื่มน้ำตาลสดดิบ ติดตามผู้สัมผัส 35 ราย ผลตรวจเป็นลบ และยังไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม โดยองค์การอนามัยโลก ประเมินความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ สำหรับประเทศไทย

 

ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยัน และมีมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

 

รณรงค์วันสำคัญ วันยุติการเลือกปฏิบัติสากล วันที่ 1 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล กำหนดโดยโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ เพื่อรณรงค์สร้างสังคมที่ปราศจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติ การตีตรา

 

เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย โดยพบว่าคนไทยมีทัศนคติเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี

 

ถึง 27.9% ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนเป็นส่วนหนึ่งในการยุติการตีตราและเลือกปฏิบัติ “เข้าใจ ยอมรับ และเคารพสิทธิ

 

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี” เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม

 

วันโรคอ้วนโลก วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นวันโรคอ้วนโลก ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “8 พันล้านเหตุผลที่ต้องจัดการโรคอ้วน - 8 Billion Reasons to Act on Obesity” จากสถานการณ์ทั่วโลกที่ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าในปี 2578 จะมีผู้มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนกว่า 1.9 พันล้านคน คิดเป็น 1 ใน 2 ของประชากรโลก สำหรับประเทศไทย ปี 2567 พบประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะอ้วนเพิ่มจากร้อยละ 42.2 เป็นร้อยละ 45.0 และอ้วนลงพุง เพิ่มจากร้อยละ 39.4 เป็นร้อยละ 44.7 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมปรับพฤติกรรมและการบริโภค ลดแป้ง น้ำตาล ไขมัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

วันไตโลก วันที่ 12 มีนาคม 2569 ตรงกับวันไตโลก (World Kidney Day) ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Kidney Health for All – Caring for People, Protecting the Planet” หรือ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” เพื่อสร้าง

 

ความตระหนักรู้และส่งเสริมการดูแลสุขภาพไตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคไตมากถึง 850 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทย ปี 2568 มีผู้ป่วยสะสมโรคไตเรื้อรังกว่า 1.1 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การป้องกันโรคไตเรื้อรังสามารถทำได้ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนาน ๆ ลดเค็ม เลี่ยงยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจคัดกรองอย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชน

ร่วมกิจกรรมวันไตโลก 2569 ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ กรุงเทพมหานคร โดยภายในงาน

 

มีกิจกรรมตรวจปัสสาวะและเลือดเพื่อคัดกรองโรคไต เสวนาให้ความรู้ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” และ “คุยเรื่องไต แบบไม่ไกลตัว” พร้อมสาธิตการทำอาหารสุขภาพป้องกันโรคไตตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ดวงงานเปิดทาง! 3 ราศีผู้ใหญ่เมตตา ได้รับแรงหนุนเต็มที่

ดวงงานเปิดทาง! 3 ราศีผู้ใหญ่เมตตา ได้รับแรงหนุนเต็มที่

"สิงห์อาสา"แท็กทีม 5 คณะแพทย์ บุก 30 ชุมชน ตรวจสุขภาพฟรีให้ชาวบ้าน

"สิงห์อาสา"แท็กทีม 5 คณะแพทย์ บุก 30 ชุมชน ตรวจสุขภาพฟรีให้ชาวบ้าน

"หวยฮานอยวันนี้" 24/2/69 หวยฮานอยวันนี้ 24 ก.พ.69 หวยฮานอยออกอะไร

"หวยฮานอยวันนี้" 24/2/69 หวยฮานอยวันนี้ 24 ก.พ.69 หวยฮานอยออกอะไร

โฉมใหม่ สวนคลองจั่น 34 ไร่ ปรับใหญ่สู่ห้องเรียนธรรมชาติ-แก้มลิงเมือง

โฉมใหม่ สวนคลองจั่น 34 ไร่ ปรับใหญ่สู่ห้องเรียนธรรมชาติ-แก้มลิงเมือง

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับโฉม "เมืองไทยสไมล์คลับ" ครั้งใหญ่ ยกระดับการสร้างความสุขและรอยยิ้ม

เมืองไทยประกันชีวิต ปรับโฉม "เมืองไทยสไมล์คลับ" ครั้งใหญ่ ยกระดับการสร้างความสุขและรอยยิ้ม