เปิดค่ารักษา น้องมอลลี่ เจ้าของลั่นสู้ขนาดนี้ จะยอมแพ้ได้ยังไง

เปิดค่ารักษา "น้องมอลลี่" 4 วัน หลังถ่ายเลือดอาการยังต้องเฝ้าระวัง เจ้าของลั่นชัด มอลลี่สู้ขนาดนี้ จะให้แม่ยอมแพ้ได้ยังไง
ยังคงเป็นคดีที่หลายคนติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณี "น้องมอลลี่" ไซบีเรียน ฮัสกี้ วัยเพียง 2 ขวบ ถูกคนใจโหดราดน้ำมันจุดไฟเผาทั้งเป็นในพื้นที่ จ.สงขลา จนโลกออนไลน์ลุกเป็นไฟ เรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องอย่างต่อเนื่อง
ความคืบหน้าล่าสุด มูลนิธิ Watchdog Thailand ระบุว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผกก.สภ.เมืองสงขลา ทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว และเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในเร็ว ๆ นี้
ขณะเดียวกันอีกด้าน "คุณเคท" เจ้าของมอลลี่ ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "Phakaponkanok Gradchawan" ระบายความในใจถึงบางเพจที่นำเสนอข่าวในลักษณะเรียกคะแนนสงสาร เขียนบทพูดแทนน้องทำนองว่าอยากจากไปแล้ว "ปล่อยหนูไปเถอะพ่อจ๋าแม่จ๋าอย่าให้หนูทรมานอีกเลย" เพื่อเรียกยอดไลก์ ยอดแชร์ และรายได้จากโซเชียล
คุณเคทเผยว่า “มอลลี่สู้ขนาดนี้… แล้วเราจะยอมแพ้แทนเขาได้ยังไง?” การเขียนข่าวอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การตัดสินใจทุกนาทีหน้างาน มันทั้งยากและเจ็บปวดที่สุด ยอมรับว่านอนไม่หลับ ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่ากำลังเห็นแก่ตัวหรือไม่ที่ยื้อชีวิตน้องไว้
แต่เมื่อย้อนมองตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ภาพที่เห็นชัดคือ “มอลลี่สู้มาก” สู้แบบไม่เคยถอย หากอยากไปจริง คงไม่ผ่านทุกอย่างมาได้ไกลขนาดนี้
เจ้าของยังตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้ามอลลี่คือ “เอลีฟ” ลูกสาวตัวเล็กของเธอ หากลูกกำลังสู้สุดชีวิตเพื่อหายใจต่อ ในฐานะแม่จะกล้าฉีดยาให้จากไปจริงหรือ? คำตอบนั้นทำให้เธอมั่นใจว่า สิ่งที่เธอ ครูต้นหลิว และสามีกำลังทำ คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพื่อมอลลี่
คุณเคทย้ำชัดว่า การรักษาไม่ได้ทำตามอำเภอใจ แต่มีแผนชัดเจน โดยทำงานร่วมกับทีมอาจารย์สัตวแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ อย่างใกล้ชิด มีการประเมินระดับความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง หากถึงจุดที่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ ก็มีแผนให้น้องหลับไปอย่างสงบ แต่ตราบใดที่มอลลี่ยัง “สู้” ครอบครัวจะไม่ทิ้งแน่นอน
พร้อมขอความกรุณา อย่าใช้ความเจ็บปวดของสัตว์มาเป็นเครื่องมือปั่นข่าวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และขอให้ติดตามข้อมูลจากเฟซบุ๊กของเธอหรือครูต้นหลิวโดยตรง เพื่อข้อเท็จจริงที่ไม่บิดเบือน
อัปเดตอาการล่าสุดน้องมอลลี่หลังถ่ายเลือด
ด้าน "ครูต้นหลิว" โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "Tonlew Yanika" อัปเดตว่า หลังได้รับการถ่ายเลือดเมื่อเย็นวานนี้ ความดันของมอลลี่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีไข้ และไม่อาเจียน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบชีพจรที่ขาด้านขวาทั้งขาหน้าและขาหลัง สันนิษฐานว่าอาจเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากการติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์จึงต้องวินิจฉัยเพิ่มเติมและฉีดยาสลายลิ่มเลือด พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
เมื่อคุณแม่ถามว่า ภาวะดังกล่าวจะทำให้น้องเดินไม่ได้หรือไม่ คุณหมอยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ และอาการอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ทำเอาคนเป็นแม่ใจหาย แต่ก็ยืนยันให้แพทย์ดำเนินการรักษาต่อทันที
“#แม่ใจหายเลย #แต่น้องสู้มากแม่ก็สู้นะคะ”
นอกจากนี้ ยังมีผู้หวังดีแนะนำสารสกัดดอกทานตะวันและครีมบัวหิมะเพื่อบรรเทาแผล โดยคุณแม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์แล้ว ซึ่งระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคน สามารถลองใช้ภายนอกได้ แต่ต้องเฝ้าดูอาการแพ้อย่างใกล้ชิด
- สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาระหว่างวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งสิ้น 44,189 บาท
ท่ามกลางความหนักหนา ทั้งคดีความและอาการป่วย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ “มอลลี่สู้” และครอบครัวก็สู้ไม่ถอย พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามาในวันที่ยากที่สุดของชีวิตนี้
ล่าสุดมีข่าวดี "ในหลวง ร.10" ทรงรับ "มอลลี่" ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เตรียมเคลื่อนย้ายเข้ารักษาที่กรุงเทพฯ วันที่ 20 ก.พ. 69 นี้
ขอบคุณ Phakaponkanok Gradchawan และ Tonlew Yanika

ระวัง ตัวคุ่น ภัยเงียบริมน้ำตก กัดเจ็บ-คันนาน เผยวิธีป้องกันและรักษา

ครูผันตัวเป็นแม่ค้า ขายสิ่งที่ไม่มีใครอยากซื้อ ทำเงิน 180 ล้าน

รัฐยัน เลิกสมาคมฌาปนกิจบางแห่ง ไม่กระทบที่อื่น ยังมั่นคง 3.8 พันแห่ง

เช็กก่อนโดนล็อคล้อ ประกาศห้ามจอดรถ 3 ซอยดัง มีผลบังคับใช้แล้ว
















