เอกนิติ พูดแล้ว คนละครึ่งพลัสในรัฐบาลใหม่ จะมีอะไรปรับเปลี่ยนบ้าง

เอกนิติ พูดแล้ว คนละครึ่งพลัสในรัฐบาลใหม่ จะมีอะไรปรับเปลี่ยนบ้าง ลั่น คนป่วยแห่งเอเชีย และกลับมาเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ผ่านการลงทุน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” อย่างแน่นอน แต่ต้องรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จก่อน ระหว่างนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการออกแบบรายละเอียดของโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่มากขึ้น โดยจะเน้นการยกระดับทักษะทั้งร้านค้าและประชาชน ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้
นายเอกนิติ ระบุว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ถือเป็นนโยบายหลักและมีความสำคัญอย่างยิ่งของรัฐบาล ซึ่งได้เตรียมแนวคิดและรูปแบบการดำเนินงานไว้แล้ว ทั้งในด้านจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ วงเงินใช้จ่าย และแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงคุณภาพ
โดยหวังให้โครงการสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว และช่วยกระจายรายได้อย่างทั่วถึง เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ก็จะสามารถขับเคลื่อนโครงการได้อย่างรวดเร็ว ต่างจากรอบที่ผ่านมา ที่มีระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างจำกัด
นโยบายคนละครึ่งพลัส ต้องรอมีรัฐบาลให้เรียบร้อยถึงจะเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นนโยบายใหม่ ตอนนี้กำลังพัฒนาให้มันดีขึ้น อยู่ระหว่างการออกแบบ อาจนำ AI มาใช้ด้วย
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมเร่งผลักดันการลงทุนผ่านโครงการส่งเสริมการลงทุน วงเงินรวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท ภายใต้โครงการ Thailand FastPass ซึ่งสามารถเดินหน้าได้ทันที คาดว่าจะช่วยเร่งให้เม็ดเงินลงทุนทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในปีนี้ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ และเกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่
นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการยกระดับเศรษฐกิจไทย ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถด้านการลงทุน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมุ่งเน้นทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศ ลดความเสี่ยงในการเป็น “คนป่วยแห่งเอเชีย” และผลักดันให้เศรษฐกิจไทยกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ผ่านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นการกระจายรายได้สู่ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งมนุษย์เงินเดือน เอสเอ็มอี ชุมชน และภาคธุรกิจ
ส่วนกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้อย่างช้าสุดภายใน 2-3 เดือน หรือราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569 จากเดิมที่กำหนดให้เริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
โดยยอมรับว่า หากงบประมาณล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ จึงอยากให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลและการพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณปี 2570 ไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้สามารถปรับรายละเอียดและเดินหน้าได้ทันทีเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ โดยยืนยันว่าจะพยายามเร่งทุกขั้นตอนให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

รายงานฝุ่น PM 2.5 กทม. วันนี้ คุณภาพอากาศปานกลาง เกินมาตรฐาน 8 เขต

วิพากษ์สนั่น ไฟดับตอนนับคะแนน ก่อนหลุดโฟกัสที่พัดลมเต็มๆ

กกล.ผาเมืองยึดยาบ้า 6.2 แสนเม็ด ซุกกระเป๋าทิ้งพงหญ้าชายแดน

ซิโน-ไทย เปิดยอดผู้บาดเจ็บ เหตุโดมขนาดใหญ่ถล่ม จ.สมุทรปราการ
















