ข่าว

heading-ข่าว

เตรียมปรับ "มาตรฐานความหวานใหม่" ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย

23 ม.ค. 2569 | 20:00 น.
เตรียมปรับ "มาตรฐานความหวานใหม่" ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย

"กรมอนามัย" เตรียมปรับ "มาตรฐานความหวานใหม่" ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย ลดการบริโภคน้ำตาลเกินความจำเป็น

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านสุขภาพของคนไทย ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย ด้านโภชนาการระดับประเทศ โดยเตรียมการปรับมาตรฐานความหวานของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%" เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน ลดการบริโภคน้ำตาลเกินความจำเป็น ลดความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินและโรค NCDs และส่งเสริมสุขภาพที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน

เตรียมปรับ มาตรฐานความหวานใหม่ ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ กรมอนามัยจึงเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%" อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานและเตรียมการเปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและการสื่อสารเชิงนโยบายให้เกิดผลในระดับประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การประชุมดังกล่าวมี ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ เป็นตัวแทนกรมอนามัย ร่วมดำเนินการกับภาคเอกชนที่ตอบรับเข้าร่วมการขับเคลื่อนแล้ว จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด (อินทนิล) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (คาเฟ่อเมซอน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (ออลล์คาเฟ่ คัดสรร เบลลินี่) และบริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด (แบล็คแคนยอน)

 

นอกจากนี้ ยังมีสมาคมกาแฟไทย บริษัท อินเตอร์คอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมควบคุมโรค และหน่วยงานภายในกรมอนามัย ได้แก่ สำนักทันตสาธารณสุข สำนักส่งเสริมสุขภาพ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ และทีมนักวิชาการจากสำนักโภชนาการ เข้าร่วมหารือ

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงระบบระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้มีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืน

 

การขับเคลื่อนดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มชงหลายรายที่เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนนโยบายร่วมกับกรมอนามัย รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมกาแฟไทย และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ การปรับมาตรฐานความหวานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการตัดความหวาน แต่เป็นการปรับ "ความคุ้นชิน" ของคนไทยสู่ความพอดี เพื่อให้ยังคงความอร่อย สามารถดื่มได้ตามปกติ และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยไม่ได้ไปปรับเลี่ยนสูตรเครื่องดื่มของแต่ละแบรนด์ แต่เพียงลดระดับความหวานที่เป็นปกติลงครึ่งนึงเท่านั้น ซึ่งก็เท่ากับสูตรหวาน 50% ที่แต่ละแบรนด์มีอยู่แล้ว

 

ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า กรมอนามัย ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเปิดใจ ทดลอง และเลือกเครื่องดื่มที่หวานน้อยลง เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและครอบครัว พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มชงทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพคนไทยอย่างยั่งยืน

 

กรมอนามัยกับภาคีเครือข่าย มีแผนเปิดตัวแคมเปญ "หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%" อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนนโยบายด้านโภชนาการที่สำคัญในระดับประเทศ ขอให้ประชาชนติดตามรายละเอียดการดำเนินงาน และโปรโมชั่นดีๆ จากแบรนด์เครื่องดื่มแต่ละแบรนด์ หวานปกติ กำลังเปลี่ยนไป เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"หมอปลาย" เตือนปีม้า69 เสี่ยงเหตุร้ายฉับพลัน เปิดสถานที่อันตราย

"หมอปลาย" เตือนปีม้า69 เสี่ยงเหตุร้ายฉับพลัน เปิดสถานที่อันตราย

"เด๋อ ดอกสะเดา" เขียนข้อความน้ำตาคลอ เผยรอมาทั้งชีวิตแต่ไม่ได้ไป

"เด๋อ ดอกสะเดา" เขียนข้อความน้ำตาคลอ เผยรอมาทั้งชีวิตแต่ไม่ได้ไป

เตรียมปรับ "มาตรฐานความหวานใหม่" ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย

เตรียมปรับ "มาตรฐานความหวานใหม่" ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย

จากร้างสู่รุ่ง เปิดตำนาน โป่งช้างเผือก แหล่งดูสัตว์ป่าสุด Unseen แห่งใหม่

จากร้างสู่รุ่ง เปิดตำนาน โป่งช้างเผือก แหล่งดูสัตว์ป่าสุด Unseen แห่งใหม่

ญี่ปุ่นสะดุ้ง ฐานผลิตไทยสะเทือน หลัง EV จีนรุกหนัก พุ่ง 20-25%

ญี่ปุ่นสะดุ้ง ฐานผลิตไทยสะเทือน หลัง EV จีนรุกหนัก พุ่ง 20-25%