ข่าว

heading-ข่าว

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

23 ม.ค. 2569 | 11:45 น.
ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

"ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย" พูดปม เจรจาเรื่องเงินกับฝั่งสาวอายุ 18 ปี ข้อเท็จจริงโดนเรียก "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

ยังเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างต่อเนื่อง เมื่อ ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุลได้ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับสาวอายุ 18 ปี ซึ่ง ช่วงตอนหนึ่ง ทนายแก้ว ได้อธิบายว่า ตนยอมรับว่าได้มรการ จูบ หอม  และ กอด แต่ไม่ได้มีการล้วง หรือ ล่วงละเมิด สาวอายุ 18 เลย จริง กระทั่งเรื่องมันดังขึ้นมา ตนจึงประสานให้คนกลางช่วยพูดคุยกับทางฝั่งผู้เสียหาย 

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"แน่นอนครับ ด้วยความกระวนกระวาย ผมพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่หมอบมาก ผมพูดตรง ๆ ว่าผมไม่ได้มีอะไร ผมบอกว่าให้ผมทำอะไรก็ได้ในช่วงนั้น เพราะผมกระวนกระวายมาก ผมไม่เจ็บ ไม่ได้อะไร ผมก็เลยไปอ้างชื่อพี่หนุ่ม กรรชัย ซึ่งผมต้องขอโทษจริง ๆ ยกมือกราบขอโทษพี่หนุ่ม ที่ผมไปอ้างชื่อด้วย เพราะอยากให้สถานการณ์มันคลี่คลาย ผมพูดจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้บอกว่าผมไม่พูด หรือไม่ทำอะไร หลังจากนั้นผมพยายามติดต่อตัวพ่อของน้องเขาอีกครั้ง ซึ่งเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย ตอนที่ผมโทรไป และผมส่งไลน์ไปขอเจอ แต่เขาไม่อ่านไลน์ และไม่รับสาย


ผมจึงตัดสินใจเลือกติดต่อ “แจง” (ภรรยาแจ๊ส ชวนชื่น) เนื่องจากแจงเป็นหนึ่งในผู้เช่าร่วมอาคารกับพ่อน้องเขาที่สยามสแควร์ ผมโทรไปหาแจงก่อนปีใหม่ ขอให้แจงช่วยผมหน่อย แต่แจงบอกชัดเจนว่าไม่อยากยุ่ง และให้ผมไปคุยกับน้องหรือกับพ่อเขาเอง ผมยืนยันว่าผมพยายามติดต่อแล้ว แต่เขาไม่คุยกับผม แจงจึงช่วยโทรไปหาพ่อน้องเขาให้

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

 

หลังจากคุยกันอยู่ระยะหนึ่ง แจงกลับมาบอกผมว่า พ่อน้องเขาพูดว่า “ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย” ผมตกใจมากและบอกแจงตรง ๆ ว่าผมไม่มีถึงขนาดนั้น ผมขอแค่ให้เรื่องมันจบเงียบ ๆ ขอให้จบเถอะ แจงจึงโทรกลับไปบอกพ่อเขาว่าผมไหวเท่านี้ แต่พ่อเขายืนยันอีกครั้งว่า ถ้าไม่มี 5 ล้าน หรือ 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย

 

ช่วงนั้นผมเครียดมาก เพราะเป็นช่วงปีใหม่ วันที่ 1 - 3 มกราคม แจงเดินทางไปต่างประเทศและจะกลับวันที่ 9 ผมนั่งรอคำตอบอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าตัวเลขจะจบที่เท่าไหร่ หลายคนอาจถามว่าทำไมผมไม่ผิดแล้วไปเสนอเงิน ผมพูดตรง ๆ ว่า ผมเสียใจที่ผมทำร้ายความรู้สึกของครอบครัวเขา ผมรู้สึกผิดจริง ๆ และอยากให้เรื่องมันจบโดยรักษาชื่อเสียง ผมยอมรับว่าผมเสนอเงินจริง

 

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

ในช่วงนั้นผมยังต้องทำงานตามปกติ มีการอัดรายการโหนกระแส เมื่อเขาเห็นผมออกรายการ ก็มีการโพสต์ว่าผมทำตัวร่าเริง ทั้งที่ผมเสียใจมาก และไม่สามารถทำอะไรได้ เขานำภาพจากรายการไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ทำให้ผมกลัวและตกใจมาก


หลังจากนั้นผมพยายามติดต่อผ่านคนกลาง คือ อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เพราะเป็นคนเดียวที่ผมมีเบอร์ติดต่อในตอนนั้น ผมขอให้อาจารย์ช่วยประสานงาน ขอเจอเพื่อให้เรื่องมันจบ ระหว่างนั้นพ่อน้องเขามีการโพสต์หลายครั้ง ทำให้ผมปั่นป่วนและหวาดกลัวมาก


สุดท้ายผมได้พบกันในวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยมีผม อาจารย์จตุรงค์ พ่อน้องเขา และทนายความ ร่วมพูดคุยกัน สาระสำคัญคือ ทนายของเขาบอกว่าไม่ต้องคุยเรื่องคดี ให้คุยเรื่องการคลี่คลายความรู้สึก ผมยกมือไหว้และขอโทษ ยอมรับว่าผมทำตัวรุ่มร่าม คิดน้อย และขาดสติ ผมเสียใจที่ไปทัก ไปคุยกับน้องเขา และปล่อยให้เรื่องมันมาถึงจุดนี้

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

ก่อนจะเลิกคุย ผมขอพูดอีกครั้ง เพราะผมรู้ว่าตัวเลขสุดท้ายอยู่ที่ 5 ล้านบาท พ่อน้องเขาขอเงินจำนวนนี้ ผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ไหว ผมจึงขอเสนอที่ 2.5 ล้านบาท ไม่ใช่เพราะผมคิดว่าผมผิดทางคดี แต่เพราะผมอยากให้เรื่องมันจบ ผมอายครอบครัว และอายทุกอย่าง

 

หลังจากนั้นผมรอคำตอบในวันที่ 12 - 14 มกราคม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พ่อน้องเขานำรูปผมและลูกสาวผมไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความเกี่ยวกับลูกสาวผม ผมยืนยันว่ามันเป็นเรื่องของผมกับเขา ไม่เกี่ยวกับลูกสาวผมเลย การกระทำนี้ทำให้ผมกลัวมากยิ่งขึ้น


ผมพยายามติดต่ออีกครั้ง แต่ได้รับแจ้งว่าให้ติดต่อผ่านทนายและอาจารย์จตุรงค์เท่านั้น ผมรอคำตอบโดยไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร จนกระทั่งมีการนำเรื่องไปเปิดเผยกับสื่อช่องหนึ่ง ในที่สุดเรื่องจึงถูกเปิดออกมา


วันนี้ผมจึงขอถือโอกาสชี้แจงให้พี่ ๆ สื่อฟัง ผมอยากตั้งคำถามว่า หากรู้ว่าลูกถูกกระทำจริง ทำไมต้องรอเวลา หากวันที่ 12 มกราคม บอกผมตรง ๆ ว่าไม่จบ ผมก็จะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร

 

ตั้งแต่วันที่ผมรู้เรื่อง ผมไม่กล้าโพสต์อะไรในโซเชียลเลย เพราะโพสต์อะไรก็ถูกแคปไปลง ผมยอมรับว่าผมไม่เข้มแข็ง ผมเงียบมาตลอด และไม่กล้าไปไหน นอกจากงานที่มีอยู่แล้ว เพราะเกรงใจรายการและสังคม

 

นี่คือรายละเอียดทั้งหมดในมุมของผม และอีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากบอกคือ ผมได้ไปขอโทษครอบครัวของผมแล้ว และเล่าทุกอย่างให้ลูกของผมฟังครับ ว่าผมอยู่ในสภาวะกดดันตั้งแต่วันที่ 26-27 มาถึงก่อนวันนี้ผมได้แถลงข่าวผมไม่ได้หลบหนีไปไหนหรอกครับผมยอมรับว่าผมทำตัวไม่น่ารักพี่แอบไปคุย คิดๆน้อยครับ แต่หลายๆอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามนั้นครับ"

ทนายแก้ว พูดปมโดนเรียกเงิน "ถ้าไม่มี 10 ล้าน ไม่ต้องมาคุย"

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุยบางกอกน้อย สั่งฟื้นฟูคลองเสีย-ยกระดับความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลุยบางกอกน้อย สั่งฟื้นฟูคลองเสีย-ยกระดับความปลอดภัย

เตือนแรง! ใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำเกิน 3 วัน แบคทีเรียพุ่ง 500%

เตือนแรง! ใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำเกิน 3 วัน แบคทีเรียพุ่ง 500%

เขตบางพลัดคุมเข้ม ขุดลอกท่อระบายน้ำจรัญฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง

เขตบางพลัดคุมเข้ม ขุดลอกท่อระบายน้ำจรัญฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง

กินอร่อยไม่บวมน้ำ! เปิด 5 เทคนิคปรุงรสนัวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ

กินอร่อยไม่บวมน้ำ! เปิด 5 เทคนิคปรุงรสนัวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ

พฤติกรรมประหยัดที่อันตราย เติมน้ำสบู่ เขย่าใช้ต่อ เสี่ยง

พฤติกรรมประหยัดที่อันตราย เติมน้ำสบู่ เขย่าใช้ต่อ เสี่ยง