ไปต่อไม่ไหว Flash Express มาเลเซียปิดตัว เลิกจ้างหมื่นชีวิต

เจาะลึกสาเหตุ Flash Express ยุติธุรกิจในมาเลเซีย เลิกจ้างพนักงานกว่า 10,000 คน พร้อมจับตาสถานการณ์ในไทย เมื่อการผูกขาดแพลตฟอร์มบีบรายย่อยออกจากสนามแข่ง
กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการ โลจิสติกส์ ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อ Flash Express (แฟลช เอ็กซ์เพรส) ยูนิคอร์นด้านขนส่งสัญชาติไทย ตัดสินใจยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซีย โดยเตรียมปิดตัวและเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดกว่า 10,000 คน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ แม้ภาพรวมของ ตลาดอีคอมเมิร์ซ จะยังเติบโต แต่เบื้องหลังกลับมีสัญญาณเตือนภัยเรื่องการผูกขาดที่น่ากังวล
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ Flash Express ต้องยอมแพ้ในสนามมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงเพราะการปรับแผนลงทุน แต่เกิดจากการแข่งขันที่ "ไม่สมดุล" โดยเฉพาะพฤติกรรม Self-Preferencing หรือการที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ทำข้อตกลงพิเศษ (Special Deal) กับบริษัทขนส่งบางราย บีบให้ผู้ขายไม่มีทางเลือกและต้องใช้บริการขนส่งในเครือของตนเองเท่านั้น โดยเฉพาะในรายของ TikTok ที่ควบรวมทั้งโซเชียลมีเดียและการค้าไว้ในที่เดียว หากร้านค้าไม่ทำตามข้อกำหนด อาจเผชิญกับการลดการมองเห็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนโลจิสติกส์ และกำไรของรายย่อยโดยตรง
จับตาสถานการณ์ในไทย: กฎหมายคุมผูกขาดที่ยังมาไม่ถึง เมื่อมองกลับมาที่ไทยซึ่งเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน นักวิเคราะห์เริ่มแสดงความเป็นห่วงว่าสมรภูมิ ธุรกิจขนส่ง ในบ้านเราอาจรุนแรงยิ่งกว่ามาเลเซีย โดยในปี 2567 นี้ มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยแตะระดับ 1.1 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กขค. และ ETDA กลับยังมีความล่าช้าในการประกาศใช้กฎเกณฑ์ควบคุมการผูกขาดดิจิทัล
แม้จะมีการยกร่างกฎหมายเพื่อคุมเข้มกลุ่ม Gatekeeper หรือผู้คุมกฎแพลตฟอร์มมาตั้งแต่ปี 2568 แต่จนถึงปัจจุบัน (ต้นปี 2569) ปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจยังคงทำให้กฎหมายนี้ไม่มีผลบังคับใช้จริง ซึ่งหากรัฐยังนิ่งเฉย อุตสาหกรรม ขนส่งพัสดุ ของไทยที่มีการจ้างงานนับแสนคนอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต และสุดท้ายอาจเหลือพื้นที่ให้เพียงทุนใหญ่ไม่กี่รายเท่านั้นที่อยู่รอดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลนี้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ




















