ข่าว

heading-ข่าว

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ

12 ม.ค. 2569 | 18:08 น.
ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ

กิจกรรม “Policy Watch Connect 2026”เลือกตั้ง69 ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม.เปิดช่องประกาศ ‘เขตภัยพิบัติ’ ก่อนเกิดเหตุช่วย ‘ท้องถิ่น’ พร้อมเผชิญเหตุ

เปิดฉากกิจกรรม Policy Watch Connect 2026“ นพ.สุเทพ” หวังพรรคการเมืองนำเสนอแนวทางรับมือภัยพิบัติ แนะว่าที่รัฐบาลปลดล็อกกฎระเบียบ-กฎหมาย เปิดช่องให้ท้องถิ่นสามารถประกาศเขตภัยพิบัติได้ก่อนที่จะเกิดภัย เพื่อตั้งรับ-เตรียมความพร้อม ลดความสูญเสีย เชื่อถ้าทำจริงสำเร็จได้ภายใน 100 วัน เพราะ สช. สานพลังภาคีเครือข่ายยกร่างระเบียบเอาไว้พร้อมแล้ว

 

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) วุฒิสภาสถาบันพระปกเกล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร ร่วมกันจัดกิจกรรม “Policy Watch Connect 2026”เลือกตั้ง69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ ณ อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงประชาชนและผู้ออกแบบนโยบาย ในการระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)กล่าวภายหลังร่วมเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ตอนหนึ่งว่า ภัยพิบัติถือเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดถี่ขึ้นในประเทศไทยและระดับความรุนแรงก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทุกคนควรปรับเปลี่ยนมายเซ็ตมามองว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกพื้นที่ทุกเวลา การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและถือเป็นจุดอ่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ

ดังนั้นส่วนตัวเห็นว่าทุกพรรคการเมืองจำเป็นต้องนำเสนอนโยบายการรับมือกับภัยพิบัติให้ประชาชนพิจารณา ทั้งมาตรการเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว 

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ
นพ.สุเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สช. ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนเรื่องภัยพิบัติจนเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและผ่านการพิจารณาจนกลายเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการออกระเบียบหรือกฎหมาย เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถประกาศเขตภัยพิบัติได้ก่อนที่ภัยจะมาถึง เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือ ช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ซึ่งพรรคการเมืองที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ทันที และสามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 100 วันแรก เพราะระเบียบกฎหมายดังกล่าวมีการยกร่างเอาไว้แล้ว 

“หากรัฐบาลใหม่เดินหน้าออกกฎระเบียบเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ท้องถิ่นรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันข้อเสนอต่างๆ มีหมดแล้ว เหลือเพียงแค่การลงมือทำให้เป็นรูปธรรมเท่านั้น” นพ.สุเทพ กล่าว

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ
เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่เป็นวิกฤตของประเทศในปัจจุบันไม่ได้เป็นปัญหาเดี่ยว แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ดังนั้นในห้วงวาระของการเลือกตั้งก็นับเป็นความหวังหนึ่งในการแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เชื่อมั่นว่าจะเป็นทางออกของประเทศ เพราะให้ความสำคัญภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ในการทำนโยบายจากด้านล่างขึ้นด้านบน ขับเคลื่อนผ่านการมีองค์ความรู้ การเคลื่อนไหวทางสังคม และสุดท้ายคือภาคการเมืองที่จะเป็นผู้สนับสนุนให้ 3 องค์ประกอบนี้ครบถ้วนและเกิดรูปธรรมของนโยบายขึ้นจริง

 

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสสส. กล่าวว่า สิ่งที่ต้องยอมรับคือปัญหาในสังคมนั้นมีความยากและซับซ้อนเกินกว่าที่ภาคราชการ ภาคการเมือง หรือผู้มีอำนาจสามารถจัดการได้เพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นที่จะต้องดึงเอาส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ที่มีมุมมองความเข้าใจในปัญหา ได้เข้ามาเชื่อมต่อกับภาครัฐ พร้อมใช้วิชาการในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน บนความเชื่อของ สสส. ที่ให้เงินทุนแก่ภาคประชาสังคมในการนำไปขับเคลื่อน ให้เกิดเป็นต้นแบบหรือโมเดล แล้วให้ภาครัฐสามารถนำเอาไปเป็นตัวอย่างเพื่อขยายต่อไปในวงกว้างได้

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ


 “แต่แน่นอนว่าการนำเอาตัวอย่างที่ดี หรือต้นแบบเหล่านี้ไปขยายระดับประเทศ ต้องการเจตจำนงทางการเมือง ในการสั่งการ ติดตาม รวมถึงมีระบบงบประมาณเพื่อขยายผลในเรื่องต่างๆ จึงอยากตอกย้ำแนวคิดในการสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนและยุ่งยาก ภาคราชการต้องปล่อยมือบางส่วนแล้วดึงคนอื่นมาร่วมกันทำงาน” นพ.พงศ์เทพ กล่าว


นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า นโยบายสาธารณะมีความสำคัญต่อการกำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน คำถามคือประชาชนคนธรรมดามีส่วนในการร่วมกำหนดนโยบายที่สำคัญเหล่านี้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงวาระก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569


นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การแข่งขันในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง ภาพจำที่เราคุ้นเคยดีในฐานะประชาชน คือการรับฟังพรรคการเมืองที่ออกมาบอกเล่านโยบายของตนเอง เหมือนกับการสื่อสารทางเดียว แต่เวทีในครั้งนี้จะเป็นการพลิกบทบาทของประชาชน ให้มีส่วนริเริ่มในการออกแบบนโยบาย ไปจนถึงการติดตาม ทวงถามพรรคการเมืองถึงนโยบายสาธารณะต่างๆ ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อสอดรับกับความคาดหวังต่อการแก้ไขโจทย์ปัญหาใหญ่ที่เป็นวิกฤตสำคัญของประเทศ


“การพูดคุยตลอด 2 สัปดาห์นี้ได้มีการแบ่งเวทีภายใต้โจทย์ใหญ่ของประเทศ ตั้งแต่การกระจายอำนาจ รัฐธรรมนูญ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ ระบบสุขภาพ สังคมสูงวัย เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ การศึกษา การคอร์รัปชัน รวมไปถึงวิกฤตภัยพิบัติที่มีการถอดบทเรียนร่วมกันซ้ำไปมา แต่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทวงถามถึงบทเรียนที่ถอดออกมา ว่าจะสามารถยกระดับไปสู่นโยบายที่แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมแล้วหรือยัง และสุดท้ายภายหลังการพูดคุยทั้งหมดนี้จะถูกรวบรวมเป็นสมุดปกขาว หรือข้อเสนอของประชาชนไปถึงพรรคการเมือง เพราะนโยบายที่ดีต้องมาจากกระบวนการคิด ถกเถียง การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ไม่ได้ต้องรอให้มาจากพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ชงพรรคการเมืองปลดล็อก กม. เปิดช่องประกาศ เขตภัยพิบัติ ก่อนเกิดเหตุ ช่วยท้องถิ่นพร้อมเผชิญเหตุ
นายณัฐพงศ์ รอดมีผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เป้าหมายหรือความหวังของทุกคนอาจมีไม่เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญคือเราจะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงเหล่านั้น เพื่อไปสู่แนวปฏิบัติที่ชัดเจนได้อย่างไร ซึ่งทางสถาบันพระปกเกล้ามีความพยายามทำหน้าที่เป็นคลังสมองของชาติ บนความคาดหวัง 3 ประการ คือ

1. เชิงกระบวนการ ให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรวจสอบได้

2. นโยบายสาธารณะ ให้คนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมสะท้อนความต้องการออกมาแล้วสามารถเข้าไปอยู่บนโต๊ะของพรรคการเมือง

3. การมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ไม่จบแค่คูหาเลือกตั้ง แต่จะมีส่วนในการติดตาม ประเมิน และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเป้าหมายที่คาดหวังไปด้วยกัน


“ย้อนไปในการเลือกตั้งปี 2566 จากจำนวนผู้มีสิทธิราว 52 ล้านคน มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 75% แต่น่าตกใจว่ามีบัตรเสียสูงถึง 2.9 ล้านใบ หรือ 7.5% ของผู้มาใช้สิทธิ ฉะนั้นอีกจุดที่เราคาดหวังคือจะทำอย่างไรให้บัตรเสียลดลงได้มากที่สุด เพราะเสียงเหล่านั้นคือเสียงที่สามารถเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้ รวมถึงผู้มาใช้สิทธิในปี 2569 ที่เราก็ตั้งเป้าผลักดันให้ออกมาใช้สิทธิกันไม่น้อยกว่า 75% ด้วยเช่นกัน” นายณัฐพงศ์


อนึ่ง กิจกรรม“Policy Watch Connect 2026”จะมีการจัดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 12-23 ม.ค. 2569 โดยมีรูปแบบของกิจกรรมทั้ง “Policy Forum”วงสนทนาที่จะนำเสนอนโยบายสาธารณะเชิงประเด็น ครอบคลุมทุกวิกฤตสำคัญ อาทิ การจัดการภัยพิบัติ การปฏิรูประบบสุขภาพ สังคมสูงวัย ฯลฯ “Policy Communication: Exhibition”แปลงปัญหาที่ผู้คนในสังคมสนใจ มาสู่นโยบายสาธารณะและวิธีแก้ไขปัญหา “Workshop”ปฏิบัติการเพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทดลอง และออกแบบการสื่อสารนโยบายจากโจทย์จริงของประเทศ และ “Policy Sharing & Networking”จุดนัดพบเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ ระหว่างภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้กำหนดนโยบาย พร้อมการถกแถลงแลกเปลี่ยนกับพรรคการเมือง
ทั้งนี้ เรื่องของการจัดการภัยพิบัตินี้เอง ก็เป็นโจทย์สำคัญหัวข้อหนึ่งที่จะมีการแลกเปลี่ยนในเวที Policy Watch Connect 2026 วันที่ 14 ม.ค. 2569 ด้วย
 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ด่วน!! สรรพากรเตือนโค้งสุดท้าย ยื่นภาษี 68 ก่อนโดนปรับ

ด่วน!! สรรพากรเตือนโค้งสุดท้าย ยื่นภาษี 68 ก่อนโดนปรับ

พายุฤดูร้อนถล่มไทยวันนี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงรับมือฝนฟ้าคะนอง

พายุฤดูร้อนถล่มไทยวันนี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงรับมือฝนฟ้าคะนอง

ขั้นตอนง่ายๆ ตรวจข้อมูลเครดิต ผู้จองสิทธิ"บ้านชาวไทย" D:CODE SRI NAKARIN

ขั้นตอนง่ายๆ ตรวจข้อมูลเครดิต ผู้จองสิทธิ"บ้านชาวไทย" D:CODE SRI NAKARIN

สู้ไม่ไหว"หมอนทอง"พ่าย อบจ.ชัยนาท 0-7  ประเดิม"โค้ชจุ่น"คุมทัพ

สู้ไม่ไหว"หมอนทอง"พ่าย อบจ.ชัยนาท 0-7 ประเดิม"โค้ชจุ่น"คุมทัพ

2 ราศี ปรับตัวเก่ง งานรุ่ง แต่ระวังเฟรนลี่เกินเหตุทำคนเข้าใจผิด

2 ราศี ปรับตัวเก่ง งานรุ่ง แต่ระวังเฟรนลี่เกินเหตุทำคนเข้าใจผิด