ตำรวจสระแก้วเปิดยุทธการ "ปราบขอมดำดิน" บุกตลาดโรงเกลือ

ตำรวจสระแก้วเดินหน้าเข้มปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามชาติ ภายใต้ยุทธการ "ปราบขอมดำดิน" เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจค้นตลาดโรงเกลือ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกภายใต้ยุทธการ “ปราบขอมดำดิน” เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเน้นมาตรการสำคัญ ได้แก่ การสำรวจกลุ่มเสี่ยง การจัดทำประวัติบุคคล (Profiling) การตรวจค้นเชิงรุก และการป้องปรามอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ตลาดโรงเกลือ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและแฝงตัวเข้ามากระทำผิดในพื้นที่
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว, พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองลึก และเจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 12 โดยบูรณาการกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ สืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว เข้าปิดล้อมตรวจค้นจุดเสี่ยงภายในตลาด
ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติกัมพูชาได้ 3 ราย พร้อมของกลางหลายรายการ ดังนี้
รายแรก อายุ 60 ปี
ตรวจยึดของกลางเป็นบุหรี่ต่างประเทศหลายรายการ เข็มขัดหลายยี่ห้อ ตะกร้าพลาสติก และจักรยาน
แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย, ช่วยซ่อนเร้นหรือจำหน่ายสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร, ครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
รายที่สอง อายุ 55 ปี
ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 1 แท่ง
แจ้งข้อหา ช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร, ครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
รายที่สาม อายุ 44 ปี
แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ สถานีตำรวจภูธรคลองลึก ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ หากพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบเข้าเมืองหรือการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.คลองลึก ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน
ที่มา : สวท.สระแก้ว




















