เจ้าของคิดว่าแค่ลูกรักงอน ที่แท้คือสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย

เจ้าของคิดว่าแค่งอนธรรมดา หลังพาลูกรักกลับจากร้านตัดขน สุดท้ายคือสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย ก่อนสุนัขคู่ใจจากไปไม่หวนกลับ
กลายเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่ทำเอาคนรักสุนัขทั่วโลกน้ำตาซึม เมื่อหญิงชาวสหรัฐอเมริการายหนึ่งออกมาเผยคลิปวิดีโอช่วงเวลาสุดท้ายกับสุนัขแสนรัก หลังพามันกลับจากร้านตัดขนตามปกติ แต่กลับสังเกตเห็นความผิดปกติเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดว่า จะกลายเป็นสัญญาณเตือนก่อนการจากลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
คริสตี้ ออร์ธ หญิงวัย 52 ปี จากรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เธอพา “ไมโล” (Milo) สุนัขพันธุ์โกลเด้นดูเดิล อายุ 12 ปี ไปร้านตัดขนเช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าวันนั้นไมโลยังดูร่าเริง แข็งแรง และมีพลังเหมือนลูกสุนัขวัยเพียง 2 ขวบ ทุกอย่างเป็นไปอย่างปกติ จนกระทั่งเธอไปรับมันกลับจากร้านตัดขน
คริสตี้เล่าว่า หลังขึ้นรถ ไมโลกลับไม่แสดงอาการตื่นเต้นเหมือนเคย ทั้งยังดูเซื่องซึม ไม่ยอมกระโดดขึ้นรถ และใช้เวลานานกว่าจะยอมลงจากรถเมื่อถึงบ้าน เธอคิดในตอนแรกว่า สุนัขคู่ใจอาจจะกำลังงอนเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา จึงถ่ายคลิปแซวเก็บไว้ แต่ผ่านไปเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง อาการของไมโลก็ยังไม่ดีขึ้น จนทำให้เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและตัดสินใจพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
สัตวแพทย์ทำการตรวจอัลตราซาวด์และพบสิ่งผิดปกติอย่างชัดเจนในกระเพาะอาหาร ก่อนแจ้งข่าวร้ายว่า ไมโลมีเนื้องอกแตกและมีเลือดออกภายใน คาดว่าเป็นมะเร็งฮีแมงจิโอซาร์โคมา (Hemangiosarcoma) ซึ่งเป็นมะเร็งหลอดเลือดชนิดรุนแรงที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ใหญ่และมีอายุมาก เนื้องอกชนิดนี้มีความเปราะบางสูง มักแตกกะทันหันและทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้า
คริสตี้เผยว่า เธอแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน และได้รับเวลาส่วนตัวในห้องเพียงลำพังเพื่อบอกลาไมโลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สัตวแพทย์จะช่วยให้มันหลับลงอย่างสงบในอ้อมกอดของเธอ จากนั้นเธอได้นำคลิปวิดีโอช่วงเวลาสุดท้ายมาโพสต์บน TikTok เพื่อเตือนใจผู้เลี้ยงสุนัขถึงอันตรายของโรคนี้ ซึ่งกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว มียอดเข้าชมมากกว่า 3 ล้านครั้ง
คริสตี้กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า เธอใช้ชีวิตร่วมกับไมโลมานานถึง 12 ปี มันอยู่เคียงข้างเธอในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ทั้งวันที่มีความสุข วันที่หย่าร้าง และวันที่ต้องสูญเสียคุณพ่อ พร้อมฝากข้อความถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่า มะเร็งชนิดนี้ถูกเรียกว่า “ฆาตกรเงียบ” และไม่ควรโทษตัวเองหากมันเกิดขึ้น เพราะบางครั้งความสูญเสียก็มาโดยไม่ให้ตั้งตัว
ข้อมูลจาก Newsweek
ภาพจาก TikTok @curlygirldreams

รวบวัยรุ่นสร้างตัว หนึ่งในขบวนการค้าบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่

เปิดดวง 12 ราศี ดวง 57 วันนี้ ต้องเตรียมรับมือ มีทั้งดีและระวัง

กลับคืนสู่ไทยแล้ว ยลโฉม"ประติมากรรมสำริด"อายุกว่า 1,200 ปี จากสหรัฐ

เช็ก 11 วันเกิด ยอดนักแบก ในปีม้าไฟ ดวงเป็นเสาหลัก การงานพุ่งแรง
















