เตือน อย่าทำอาหารด้วย ปี๊บสังกะสี เสี่ยงสารพิษปนเปื้อน

ทำอาหารด้วยปี๊ปสังกะสี การได้รับสังกะสีในปริมาณสูงเกินไปอาจทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง และ ปวดศีรษะ
เตือน อย่าทำอาหารด้วย ปี๊บสังกะสี เสี่ยงสารพิษปนเปื้อน การทำอาหารด้วยปี๊บสังกะสี อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง และปวดศีรษะได้
“ปี๊บสังกะสี” มักจะหมายถึงภาชนะที่ทำจากโลหะที่เรียกว่า “เหล็กชุบสังกะสี” (Galvanized Steel หรือ Galvanized Iron) หรือในบางกรณีอาจหมายถึง “เหล็กเคลือบดีบุก” (Tinplate) ซึ่งใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารหรือสารเคมี
สารเคลือบสังกะสีนี้จะถูกกัดกร่อนและละลาย (Leach) ออกมาปนเปื้อนในอาหารได้ง่ายขึ้น เมื่อภาชนะสัมผัสกับอาหารที่เป็นกรดสูง เช่น ส้มตำ, น้ำส้มสายชู, น้ำมะนาว, แกงส้ม, หรือเครื่องดื่มที่เป็นกรด และการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูง (โดยเฉพาะถ้าเกิน 200 องศาเซลเซียส) อาจทำให้เกิดการปล่อยไอระเหยของสังกะสีออกไซด์ได้
การรับประทานอาหารปนเปื้อนสังกะสีออกไซด์ (ZnO) จะเปลี่ยนไอออนของสังกะสี เมื่อละลายกับกรดของกระเพาะอาหาร และหากร่างกายได้รับสังกะสีในปริมาณที่สูงเกินไปในระยะเวลาอันสั้น จะเกิดภาวะสังกะสีเป็นพิษเฉียบพลัน ถ้าได้รับปริมาณมากกว่า 200 มิลลิกรัม อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน และยังพบรายงานอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารเมื่อได้รับเพียง 50 มิลลิกรัม ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง และปวดศีรษะ
หากรับประทานอาหารที่มีสังกะสีปริมาณสูงมากเป็นเวลานาน อาจทำให้ลดการดูดซึมทองแดง เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง รบกวนการทำงานของเอนไซม์บางชนิด โดยปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับประจำวัน (RDA) ของธาตุสังกะสีในผู้ใหญ่ประมาณ 10-11 มิลลิกรัมต่อวัน และปริมาณสูงสุด (UL) ไม่เกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน
หน่วยงานที่ตรวจสอบ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ขอบคุณที่มาจาก : ศูนน์ต่อต้านข่าวปลอม




















