ข่าว

heading-ข่าว

อุทยานฯ เสม็ด วอนหยุด "ตั้งหิน" ทำลายระบบนิเวศ กระทบสัตว์ตัวจิ๋ว

24 พ.ย. 2568 | 14:18 น.
อุทยานฯ เสม็ด วอนหยุด "ตั้งหิน" ทำลายระบบนิเวศ กระทบสัตว์ตัวจิ๋ว

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เตือนนักท่องเที่ยวงดตั้งหิน “Rock Stacking” หลังสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วสูญเสียที่อยู่อาศัย

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ออกประกาศขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวหยุดพฤติกรรม “ตั้งหินRock Stacking” หลังพบสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศขนาดเล็ก ทำลายที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว และรบกวนสมดุลธรรมชาติอย่างรุนแรง พร้อมย้ำหลักการง่าย ๆ “เห็นหินที่ไหน ให้หินอยู่ที่นั่น”

 

อุทยานฯ เสม็ด วอนหยุด ตั้งหิน ทำลายระบบนิเวศ กระทบสัตว์ตัวจิ๋ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุทยานฯ เสม็ด วอนหยุด ตั้งหิน ทำลายระบบนิเวศ กระทบสัตว์ตัวจิ๋ว

 

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด โพสต์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ห้ามตั้งหิน หยุด "Rock Stacking" สร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศ

ขอความร่วมมือห้ามตั้งหิน! หยุด "Rock Stacking" เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ

ทราบหรือไม่ว่าการเรียงก้อนหินสวย ๆ ที่ดูเหมือนเป็นกิจกรรมเล็กน้อยในพื้นที่ธรรมชาติ กำลังสร้างผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศขนาดเล็กที่เปราะบาง?

เราขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกท่าน งดการเคลื่อนย้ายหรือตั้งหิน (Rock Stacking) ในทุกพื้นที่นะครับ เพราะนี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นเบื้องหลังความสวยงาม:

ทำลายบ้านของสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว

บ้านและที่หลบภัยหายไป : ใต้ก้อนหินคือ "บ้าน" และ "ที่หลบภัย" ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก เช่น แมลง, กุ้งฝอย, ปูน้ำจืด หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก การยกหินขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้บาดเจ็บ สูญเสียที่อยู่อาศัย หรือตายได้โดยตรง

ระบบนิเวศเสียหาย : นี่คือปัญหาเล็กที่สะสมจนกลายเป็นผลกระทบใหญ่ ต่อระบบนิเวศขนาดเล็กที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสมดุล

รบกวนสมดุลธรรมชาติและทัศนียภาพ

รบกวนทางน้ำและการพังทลาย : หินแต่ละก้อนมีหน้าที่ตามธรรมชาติ เช่น ป้องกันการพังทลายของดิน หรือควบคุมทิศทางและอัตราการไหลของน้ำในลำธาร เมื่อย้ายออกไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อหน้าดินได้

ทำลายการเติบโต : การย้ายหินทำลายตะไคร่น้ำ มอส และรากพืชที่เติบโตช้าและเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศบริเวณนั้น

ทัศนียภาพผิดเพี้ยน : การสร้างกองหินจำนวนมากทำให้ภูมิทัศน์ตามธรรมชาติสูญเสียความบริสุทธิ์ลง และยังกระตุ้นให้เกิด "ผลกระทบแบบห่วงโซ่" คือเห็นแล้วทำตาม จนพื้นที่เต็มไปด้วยกองหินที่ไม่ใช่ธรรมชาติ

คำแนะนำด้านความรับผิดชอบ

หินนำทาง : ในบางพื้นที่ กองหิน (cairn) ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์นำทางที่สำคัญ การสร้างกองหินใหม่โดยไม่มีจุดหมายอาจทำให้ผู้เดินทางสับสนและหลงทางได้

ท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ : การตั้งหินถือเป็นพฤติกรรมท่องเที่ยวที่ไม่รับผิดชอบที่เราต้องร่วมกันแก้ไข ขอให้ทุกท่านช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้คงเดิมที่สุด เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวและคงความงามต่อไป

หลักการง่าย ๆ คือ : "เห็นหินที่ไหน ให้หินอยู่ที่นั่น" อย่าเก็บ อย่าสร้าง เพื่อให้สัตว์เล็ก ๆ ได้มีบ้านที่ปลอดภัยนะครับ

สิ่งที่เราขอความร่วมมือ : อย่าเคลื่อนย้ายหิน หรือทำกิจกรรม Rock Stacking

ช่วยกันเป็นหูเป็นตา : หากเห็นกองหินที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โปรดอย่าเข้าร่วม

นำกลับไปเพียงภาพถ่าย : ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า และนำกลับไปเพียงภาพความประทับใจเท่านั้น

ขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ธรรมชาติของเราครับ

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ข่าวดี สิมิลันพบเต่าตนุวางไข่รังที่ 5 ยันระบบนิเวศดีขึ้น

ข่าวดี สิมิลันพบเต่าตนุวางไข่รังที่ 5 ยันระบบนิเวศดีขึ้น

เปิดดวงคน 3 นักษัตร ปีแห่งโชคลาภ ได้รับแรงหนุนดีเยี่ยม

เปิดดวงคน 3 นักษัตร ปีแห่งโชคลาภ ได้รับแรงหนุนดีเยี่ยม

อธิบดีอุทยานฯ ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยียวยาเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

อธิบดีอุทยานฯ ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยียวยาเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ภูกระดึงแตะ 4 องศาฯ เช็กสภาพอากาศก่อนแพ็กกระเป๋าไปพิชิตยอดภู

ภูกระดึงแตะ 4 องศาฯ เช็กสภาพอากาศก่อนแพ็กกระเป๋าไปพิชิตยอดภู

เอราวัณ ยกระดับคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ล่าตัวมือเผาป่าดักสัตว์ป่า

เอราวัณ ยกระดับคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง ล่าตัวมือเผาป่าดักสัตว์ป่า