4 พ่อแม่ลูกเสียชีวิตปริศนา โดนหามเข้า ICU หลังไปเที่ยวต่างแดน

นักท่องเที่ยวเสียชีวิตปริศนา 4 ราย หลังไปเที่ยวต่างแดน โดนหามเข้า ICU ก่อนจากไปทีละคน ผลชันสูตรเบื้องต้นทำตกใจ
ครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนี 4 คน ต้องเสียชีวิตอย่างสลดระหว่างเดินทางพักผ่อนที่ อิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งตามรายงานระบุว่า ครอบครัวนี้เดินทางมาพักผ่อนและล้มป่วยลงในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 หลังรับประทานอาหารสตรีทฟู้ดหลายเมนูบริเวณริมน้ำ ใกล้เชิงสะพานข้าม ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งแบ่งโซนทวีปยุโรปและเอเชียของเมือง
โดยอาการของลูกชายวัย 6 ขวบ และลูกสาววัย 3 ขวบรุนแรงจนเสียชีวิตในวันต่อมา ขณะที่แม่เสียชีวิตในวันที่ 14 พฤศจิกายน ส่วนพ่อนอนรักษาตัวใน ICU หลายวัน ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 17 พฤศจิกายน
การสืบสวนช่วงแรกมุ่งไปที่อาหารเป็นพิษ แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าครอบครัวอาจได้รับ สารพิษจากยาฆ่าแมลง ในโรงแรมที่เข้าพัก โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีการพ่นยาฆ่าแมลงชั้น G ของโรงแรมเพื่อควบคุมตัวเรือด และสารอาจแพร่ไปยังชั้น 1 ผ่านช่องระบายอากาศในห้องน้ำ
ทั้งนี้โรงแรมที่ไม่ระบุชื่อในย่าน ฟาติห์ ได้อพยพผู้เข้าพักออกเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน หลังมีแขกอีก 2 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการคล้ายกัน และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ปิดโรงแรมดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ถูกจับกุมมีทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วย คนขายอาหาร 5 ราย, เจ้าของโรงแรมและพนักงาน 2 ราย, และคนจากบริษัทกำจัดแมลง 3 ราย ขณะนี้ผลตรวจพิษวิทยากำลังรอการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งมีการตรวจสอบตัวอย่างอาหารจากกระทรวงเกษตร ขณะที่ ประธานาธิบดีตุรกี ย้ำว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยและอัยการจะเป็นผู้ดำเนินการสืบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตทั้งหมด
อัปเดตล่า ทางเพจ Drama-addict เปิดเผยว่า กรณีครอบครัวชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกีที่เสียชีวิตที่ อิสตันบูล
พบว่าในที่เกิดเหตุทางโรงแรมว่าจ้างพนักงานพ่นยา ฆ่าแมลงกำจัดพวกเห็บไรแมงสาปโรงแรมมาสามคน
สารเคมีที่พ่นคือ aluminum phosphide
คือสารเคมีอันตรายสูง ที่ใช้เป็นยาฆ่าแมลงและสารรมควันสำหรับพืชผลทางการเกษตร โดยเมื่อทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจะปล่อยก๊าซฟอสฟีนซึ่งเป็นก๊าซพิษร้ายแรงที่ทำลายระบบหายใจและหัวใจ ทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
ในวันที่เกิดเหตุพนักงานพ่นยาพ่นที่ ชั้นล่างส่วนครอบครัวนี้พักอยู่ชั้นสี่ ซึ่งปกติเวลาจะพ่นยาตัวนี้ต้องเอาคนออกจากพื้นที่ให้หมดเพราะมีความเสี่ยงที่คนจะสูดก๊าซที่เป็นสารอันตรายเข้าไปจนถึงชีวิตได้แต่ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีการแจ้งเตือนและไม่มีการกันคนออกนอกสถานที่ แต่ประการใด ทั้งพนักงานทั้งสามคนนั้นก็ไม่มีใบอนุญาตในการ ใช้สารเคมีตัวนี้ด้วย
สื่อคุยกับแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์และเป็นคนพาครอบครัวนี้ไปส่งที่โรงพยาบาลเล่าให้ฟังว่าทุกคนมีอาการอาเจียนรุนแรงมาก อาเจียนไม่หยุดจนกระทั่งอาเจียนออกมาเป็นเลือด
ตอนนี้ ข้อสันนิษฐานของตำรวจ ล่าสุดคือมีความเป็นไปได้ว่าพนักงานพ่นยา สะเพร่า ไม่กันคนออกนอกพื้นที่ก่อนพ่นยา ทำให้ก๊อซมันลอยตามอากาศ ถึงห้องที่ครอบครัวนี้พักอาศัย พอสูดดมเข้าไป ก็เกิดอาการจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวพนักงานพ่นยาทั้งสามคนไปสอบสวนแล้ว
ข้อมูลจาก The New Zealand Herald

พยากรณ์อากาศ 13 ม.ค. ไทยอุณหภูมิสูงขึ้น เตรียมรับมือหมอกและฝุ่น

เช็กด่วน! 5 นิสัยทำไตเสื่อมเร็ว 10 ปี พฤติกรรมเดิม ๆ ที่ควรเลิก

รู้ชีวิตสงสาร พยาบาลอีฟ สู้เพื่อครอบครัว เป็นเสาหลักดูแลคนในบ้าน

อัปเดตอาการน้องข้าวต้ม ทีมหมอเฝ้าระวังใกล้ชิด 24 ชม. หลังพบน้ำตาลต่ำ-อ่อนแรง
















