ทลายแก๊งหลอกทำบัตรแรงงานต่างด้าว พบเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลางทลายแก๊งหลอกทำบัตรแรงงานต่างด้าว พบเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังนำข้อมูลพาสปอร์ตของแรงงานไปเปิดบัญชีม้าขายให้เว็บพนันออนไลน์
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ร่วมกันจับกุม นายสหรัฐฯ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 4791/2568 และ นายณัฐพลฯ อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5389/2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันโฆษณาการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ” โดยสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม
พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2568 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกบริษัทของผู้ต้องหาหลอกลวง โดยอ้างว่าสามารถดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาได้ ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการโพสต์โฆษณาผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงสร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาโดยเฉพาะ พร้อมทั้งมีการนำรูปภาพตัวอย่างบัตรมาแสดงเพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เริ่มทำการสืบสวนสอบสวนจนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง และได้ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยกลุ่มนายหน้าทำหน้าที่ติดต่อเหยื่อและรับเงิน และกลุ่มบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงิน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งกลุ่มนายหน้า จำนวน 2 ราย และกลุ่มบัญชีรับโอนเงินอีก 9 ราย รวม 11 หมายจับ พร้อมทั้งขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐมเพื่อเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย จนกระทั่งนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม และสามารถจับกุมนายสหรัฐฯ และนายณัฐพลฯ ซึ่งหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ได้สำเร็จ
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้น พบว่าบริษัทและกลุ่มผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 50 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาได้นำข้อมูลหนังสือเดินทางของแรงงานต่างด้าวที่ถูกหลอกลวง ไปใช้ในการเปิดบัญชีธนาคารในชื่อบุคคลอื่น (บัญชีม้า) แล้วนำไปขายต่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบการเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างรวมมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลายรายการ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.หญิง พรรษาวดี คล้อยระยับ สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ดำเนินการ
ที่มา : ตำรวจสอบสวนกลาง




















