รวบ "เจ้าแม่ปอยเปต" ตัวการสำคัญ เครือข่ายเปิดบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลางรวบ "เจ้าแม่ปอยเปต" ตัวการสำคัญ เครือข่ายเปิดบัญชีม้า และ นิติบุคคล สนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร, พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา, พ.ต.อ.นพดล ช่วยบุญ, พ.ต.ท.เดโช เพ็งเหล็ง และ พ.ต.ท.วันเผด็จ จันยะรมณ์
โดยชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พีระพัฒน์ สุทธเสนา สว.กก.2 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุม
น.ส.น้ำผึ้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 หมาย ในหลายจังหวัด ฐานความผิดเกี่ยวกับ
- การสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน
- การนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- การฟอกเงิน
- และการเปิดบัญชีหรือจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี
ผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่ร้านอาหารไม่มีชื่อ ริมถนนวิสุทธิกษัตริย์ แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
จากการสืบสวนพบว่า น.ส.น้ำผึ้ง มีพฤติกรรมรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและจดทะเบียนนิติบุคคลให้กลุ่มนายทุนชาวจีนในฝั่งกัมพูชา เพื่อใช้ในการหลอกลงทุนออนไลน์ โดยได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 25,000 บาท
ในส่วนของการจดทะเบียนนิติบุคคล น.ส.น้ำผึ้ง ได้จดในชื่อบริษัทจำกัด อ้างว่าประกอบธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน แต่แท้จริงถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างเพจและเว็บไซต์ปลอม เช่น
- Facebook: Investment Trading รุ่น 13
- เว็บไซต์ https://amundilot.top/
- เว็บไซต์ www.morgan-group.vip
เพื่อลวงให้ประชาชนร่วมลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “AROWWIN” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มีสมาชิกกว่า 100 คน
จากการตรวจสอบพบว่า บัญชีธนาคารที่อยู่ในชื่อของผู้ต้องหา ถูกนำไปใช้หลอกผู้เสียหายในหลายจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา และกรุงเทพมหานคร มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ติดตามจนพบผู้ต้องหาหลบหนีมาทำงานที่ร้านอาหารในเขตพระนคร จึงเข้าจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ครบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก “นายเปี๊ยก” นายหน้าชาวไทย ที่พาคนเดินทางข้ามไปฝั่งกัมพูชาเพื่อเปิดบัญชีม้า โดยมีกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนควบคุมการทำงานอยู่เบื้องหลัง มีทั้งคนไทยและต่างชาติร่วมขบวนการกว่า 30 คน
บก.ปอศ. ย้ำเตือนประชาชน อย่ารับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนบริษัทให้ผู้อื่นโดยไม่มีเจตนาใช้งานเอง เพราะถือเป็นการร่วมกระทำความผิดและมีโทษทางกฎหมายทั้งจำและปรับ
ที่มา : POLICETV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ




















