ผู้ต้องหาคดีค้างเก่าอำพรางตัวชุดกู้ภัย หวังตบตาเจ้าหน้าที่

ตำรวจสอบสวนกลาง จับโป๊ะ! ดับเพลิงกำมะลอ ผู้ต้องหาคดีค้างเก่าอำพรางตัวด้วยชุดกู้ภัย หวังตบตาเจ้าหน้าที่ พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา อายุ 39 ปี กระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยืมใช้โทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด” โดยจับกุมได้ที่ หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชายรายหนึ่งในพื้นที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย มักแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ไม่มีการปฏิบัติงานจริง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวมีหมายจับติดตัว และได้ทำการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน และพฤติกรรมการแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้น มีเจตนาเพื่ออำพรางตัวและหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในปัจจุบันยังมีหมายจับค้างเก่าอีก 2 หมาย คดีฉ้อโกง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดศรีสะเกษ โดยผู้ต้องหาได้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร นำไปให้มิจฉาชีพใช้ มิจฉาชีพจึงนำบัญชีดังกล่าวไปหลอกผู้เสียหายให้ลงทุนร่วมรีวิวสินค้าแล้วจะได้ผลประโยชน์ตอบแทน เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินได้ จึงเป็นเหตุให้สูญเงินไปกว่า 120,000 บาท
ทั้งนี้จากการตรวจสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า การแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้น มีเจตนาเพื่ออำพรางตัว และหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตนเองรู้ดีว่ามีหมายจับอยู่หลายท้องที่ และการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปให้ผู้อื่นใช้นั้น กระทำไปเพราะมีปัญหาเรื่องการเงินเบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามหมายจับที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วรัท เสริมสุจริต สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ดำเนินการ
ที่มา : ตำรวจสอบสวนกลาง

พายุโซนร้อนถล่ม เตือนฝนหนักระวังน้ำท่วมฉับพลัน 30 ส.ค.–1 ก.ย. 68

ผู้ต้องหาคดีค้างเก่าอำพรางตัวชุดกู้ภัย หวังตบตาเจ้าหน้าที่

จับสินค้าลักลอบข้ามแดน เผยวิกฤตอาหารในพื้นที่เพื่อนบ้าน

ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงข้อบังคับและกรรมการบริหาร พรรคพปชร.
