ข่าว

เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น

12 มิ.ย. 2568 | 12:18 น.
เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์  NB.1.8.1  ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น

ระวังเชื้อโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กำลังระบาดในไทยและหลายประเทศ ทำให้แพร่เร็วขึ้น แนะใส่หน้ากากในพื้นที่แออัด รักษาสุขอนามัย เพราะกลายเป็นอโรคประจำถิ่น

เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์ใหม่ NB.1.8.1 – ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกประกาศเตือนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กลับมาน่ากังวลอีกครั้ง โดยตรวจพบพฤติกรรมของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 

เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 3 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ แปซิฟิกตะวันตก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก โดยมีปัจจัยสำคัญจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ NB.1.8.1 ที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

 

เชื้อสายพันธุ์ใหม่ NB.1.8.1: ระวัง – แต่ไม่ตระหนก

ต้นกำเนิด: สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์ย่อยของ XDV.1.5.1 สืบเชื้อสายจาก JN.1

การกลายพันธุ์สำคัญ: มีการเปลี่ยนแปลงในโปรตีนหนาม (Spike protein) ได้แก่ V445H, A435S และ T478I ส่งผลให้แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นและหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น

เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์  NB.1.8.1  ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น

เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์  NB.1.8.1  ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาการ: คล้าย Omicron – ไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ไม่มีหลักฐานว่ารุนแรงกว่าเดิม

สถานะ WHO: อยู่ในกลุ่ม "สายพันธุ์ภายใต้การเฝ้าระวัง" (Variant Under Monitoring - VUM)

วัคซีน: วัคซีนที่ใช้พื้นฐาน JN.1 ยังสามารถช่วยป้องกันอาการรุนแรงได้

สถานการณ์ทั่วโลก

WHO รายงานว่าพบอัตราการตรวจพบเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

อัตราการพบเชื้อเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 11% สูงที่สุดตั้งแต่ ก.ค. 2567

สัดส่วน NB.1.8.1 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายภูมิภาค เช่น:

แปซิฟิกตะวันตก: 11.7%

อเมริกา: 4.9%

ยุโรป: 6.0%

เตรียมรับมือโควิดสายพันธุ์  NB.1.8.1  ปรับตัวอย่างไรในยุคโรคประจำถิ่น


สถานการณ์ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ 7 มิ.ย. 2568)
ผู้ป่วยรายใหม่ปี 2568: 105,225 ราย

ผู้เสียชีวิตรายใหม่: 33 ราย
จังหวัดระบาดหนัก: กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, นครราชสีมา, นนทบุรี, นครปฐม
กลุ่มเสี่ยง: วัยทำงาน นักศึกษา เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ
กำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูที่ไวรัสระบบทางเดินหายใจระบาดง่าย

ข้อปฏิบัติหากสงสัยป่วยโควิด  

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า กรณีเกิดการเจ็บป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโควิด-19 ควรปฏิบัติ ดังนี้

          • หากมีอาการสงสัย หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ให้ตรวจหาเชื้อด้วย ATK ทันที

          • หากผลการตรวจเป็นบวก ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา งดทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวและผู้อื่น แยกของใช้ส่วนตัว หากจำเป็นต้องออกจากที่พัก ขอให้เข้มงวดมาตรการเว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

          • กรณีที่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ มีเสมหะ โดยที่อาการไม่รุนแรง แต่ไม่สามารถตรวจ ATK ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่สาธารณะ หากจำเป็น จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

          • กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น มีไข้สูง หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

          • งดหรือหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง 608 หากไม่สามารถหลีกเลี่ยง จะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

วิธีป้องกันโควิด-19 ในปี 2568  

ถึงแม้ว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น และความรุนแรงของโรคลดลง แต่การป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงและในช่วงที่มีการระบาดสูง จึงมีข้อแนะนำวิธีป้องกัน ดังนี้ 

          • สวมหน้ากากอนามัย ทุกครั้งเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด เช่น ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอหรือจาม ควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ 

          • หากมีอาการสงสัย เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ควรตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ทันที หากผลเป็นบวก ควรกักตัว และแจ้งผู้ใกล้ชิดเพื่อเฝ้าระวังอาการ

          • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี หรือมีผู้คนหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดสูง หากจำเป็นต้องเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก ควรเว้นระยะห่าง

          • รักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ใช้สบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสพื้นผิวสาธารณะหรือก่อนรับประทานอาหาร

          • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้ช้อนกลางและภาชนะส่วนตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน

          • เฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยง ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว ควรระมัดระวังไม่นำเชื้อเข้าบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่อาจติดเชื้อจากโรงเรียนและนำเชื้อไปสู่ผู้สูงอายุ

          • หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หรือไข้สูงต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์ทันที

สรุป: สายพันธุ์ NB.1.8.1 ยังไม่รุนแรง แต่แพร่เร็วและหลบภูมิได้ดี การป้องกันยังคงจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกและการเดินทางมากขึ้น

 

ขอบคุณที่มา : Center for Medical Genomics

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เศร้าใจ เผยสาเหตุเสียชีวิต "เดวิด เอง" มือกีตาร์วงพลอย

เศร้าใจ เผยสาเหตุเสียชีวิต "เดวิด เอง" มือกีตาร์วงพลอย

แถลงการณ์ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" ย้ำบริหารงานโปร่งใส ตรวจสอบได้

แถลงการณ์ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" ย้ำบริหารงานโปร่งใส ตรวจสอบได้

เปิดสาเหตุเสียชีวิต "ลุงเจ้ย ภูเก็ต" ยิ่งเศร้าคำพูดสุดท้าย

เปิดสาเหตุเสียชีวิต "ลุงเจ้ย ภูเก็ต" ยิ่งเศร้าคำพูดสุดท้าย

ราชกิจจาฯสั่งเบรค ชะลอนำเข้าสัตว์ปีก-ซาก จาก 2 ประเทศ สกัดหวัดนก

ราชกิจจาฯสั่งเบรค ชะลอนำเข้าสัตว์ปีก-ซาก จาก 2 ประเทศ สกัดหวัดนก

เปรียบเทียบ Better box จาก KKP Better กับ MAKE by KBank และ Kept by krungsri เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบ Better box จาก KKP Better กับ MAKE by KBank และ Kept by krungsri เลือกแบบไหนดี