กองกำลังผาเมือง ปะทะเดือด "คาราวานยาเสพติด" ดับ 15 ราย

08 ธันวาคม 2565

กองกำลังผาเมืองปะทะเดือดคาราวานยาเสพติด โดยเกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ค้นพบของกลางเพียบ

วันที่ 8 ธันวาคม 2565  รายงานข่าวจากกองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ทำการซุ่มโจมตี บริเวณ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ตามแผนการเปิดยุทธการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติดก่อนเกิดการปะทะกันกว่า 10 นาที มีผู้เสียชีวิต 15 ราย  ค้นพบของกลางเพียบ

กองกำลังผาเมือง ปะทะเดือด คาราวานยาเสพติดดับ15 ราย

โดยเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจพบกลุ่มบุลคลต้องสงสัย จำนวน ประมาณ 30 กว่าคน มีคนคุ้มกันมีอาวุธปืนเดินนำขบวน เดินลัดเลาะมาจากภูมิประเทศฝั่งเมียนมา โดยสังเกตพบมีการสะพายกระเป๋าเป้เข้ามาบริเวณพื้นที่ซุ่มโจมตี จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญานให้หยุด เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวพบเห็นจึงได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ และเกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที จากการตรวจสอบกำลังพลปลอดภัย ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ปะทะ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ศพ กระเป๋าเป้ดัดแปลง จำนวน 29 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอช์) อาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก และลูกระเบิดขว้างไม่ทราบชนิด จำนวน 1 ลูก ช่วงเวลานี้ยังตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงคาดว่าขบวนการขนย้ายจะนำยาเสพติดทิ้งหรือซ่อนในพื้นที่ใกล้เคียง

กองกำลังผาเมือง ปะทะเดือด คาราวานยาเสพติดดับ15 ราย

ด้านพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตำรววจได้รับแจ้งจากทหารว่ามีการปะทะกันตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (7 ธ.ค.65) และมียาเสพติดประมาณ 20 กว่าเป้ และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมายังไม่สามารถเคลียร์พื้นที่ได้ และได้มีการเข้าเคลียร์พื้นที่ในเช้านี้ ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีและตัวผู้สั่งการ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการเดินเท้าเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งต้องมีอัยการ ตำรวจ แพทย์ และฝ่ายปกครองในการร่วมกันชันสูตร

ล่าสุด  พลตรีศุภฤกษ์ สถาพรผล ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ดอยอ่างขางพร้อมด้วยฝ่ายปกครอง อัยการฝาง แพทย์โรงพยาบาลฝาง พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรฝาง ฯ ร่วมในการตรวจสอบเพราะมียาไอซ์จำนวนมากเริ่มทะลักเข้ามาเรื่อยๆ และมีคนตายจำนวนมากด้วย ซึ่งครั้งก่อนทางทหารม้าปะทะ แล้วรอบหนึ่งแต่รอดไปได้เหลือ แต่ยาไอซ์ไว้ดูต่างหน้า โดยตอนนี้ได้สั่งเฝ้าระวังและเข้มข้นสองเท่าตัว

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมที่ Tnews