svasdssvasds
หนุ่มสุดงง จอดรถลงไปทิ้งขยะเจอหมาโผล่นั่งในรถ สุดท้ายน้ำตาซึมทั้งโซเชียล

หนุ่มสุดงง จอดรถลงไปทิ้งขยะเจอหมาโผล่นั่งในรถ สุดท้ายน้ำตาซึมทั้งโซเชียล

17 ส.ค. 2565 เวลา 14:41 น.982

หนุ่มจอดรถ เปิดประตูไว้ลงไปทิ้งขยะ กลับมาเจอหมาตีมึนนั่งในรถข้างคนขับทำตัวเหมือนสนิทกันมานาน สุดท้ายน้ำตาซึมปนฮาทั้งโซเชียล

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ทำโซเชียลน้ำตาซึมจนกลายเป็นไวรัลสนั่นในโลกออนไลน์  เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Dee Kridsana ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดซึ้ง หลังเจ้าตัวได้จอดรถและเปิดประตูไว้เพื่อลงไปทิ้งขยะ ก่อนกลับมาอีกทีกลับพบว่า มีสุนัขปริศนาตัวหนึ่งโผล่มานั่งอยู่ในรถข้างคนขับ ทำตัวเหมือนสนิทกันมานาน  


หนุ่มจอดรถ ลงไปทิ้งขยะดันเจอหมาโผล่นั่งในรถ สุดท้ายทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล

แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถเอากลับไปเลี้ยงได้ เพราะนับถือศาสนาอิสลาม เลยตัดสินใจตามหาเจ้าของ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องราวสุดซึ้งทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล


ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุข้อความไว้ว่า "เรื่องมีอยู่ว่า กำลังจะกลับเข้าบ้านจอดรถทิ้งขยะในซอยบ้านแล้วก็ไม่ได้ปิดประตูรถใว้ กลับเข้ามาขึ้นรถก็ตามที่เห็นในรูปเลย....มึงใครเนี่ยย!!ในหัวตอนนั้นคือกูควรทำไงวะเนี่ย จะเปิดประตูไล่มันลงก็ไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วประเด็นคือเลี้ยงหมาไม่ได้อยู่แล้วด้วยเพราะเป็นอิสลาม เลยตัดสินใจขับรถพามันไปถามทุกหมู่บ้านในซอยถาม รปภ.ว่ามีใครทำหมาหายไหม เอาจริงๆคือแม่งยังกับละครคือไม่มีหมู่บ้านไหนที่หมาหายเลย 

หนุ่มจอดรถ ลงไปทิ้งขยะดันเจอหมาโผล่นั่งในรถ สุดท้ายทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล

 

affaliate-2

จนหมู่บ้านสุดท้าย สุดท้ายจริงๆ ถ้าหมู่บ้านนี้ไม่มีอีกคงต้องปล่อยมันไปจริงๆ เราลงไปถาม รปภ.เหมือนเดิมว่ามีลูกบ้านทำหมาหายบ้างไหมลุงยามบอกมีๆมันหลุดออกไป4วันแล้วเจ้าของมันออกตามหาทุกวันเลย ลุงยามเลยพาไปหาเจ้าของมันในหมู่บ้าน ความรู้สึกแรกที่พี่เจ้าของเจอมันคือร้องไห้หนักมาก กอดหอมมันเหมือนลูกคนนึงเข้าใจความรู้สึกพี่เขาเลยจริงๆคนเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน พี่เจ้าของจะไปหยิบเงินมาให้แต่เราขอที่จะไม่รับใว้ 
#โชคดีเจ้าหมูปิ้ง"

หนุ่มจอดรถ ลงไปทิ้งขยะดันเจอหมาโผล่นั่งในรถ สุดท้ายทำน้ำตาซึมทั้งโซเชียล

 อย่างไรก็ชาวเน็ตต่างเอ็นดูในความแสบของเจ้าหมูปิ้งกันเป็นจำนวนมาก  แห่แซวกันว่าถ้าพูดได้คงบอกว่านุดไปส่งเราที่บ้านหน่อย โชคดีที่เจอคนใจดีพาไปตามหาเจ้าของจนเจอเพราะหายไป 4 วัน เกือบได้เป็นหมาจรแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวสุดซึ้งปนฮามากเลยทีเดียว



ขอบคุณเฟซบุ๊ก Dee Kridsana

ขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

ข่าวล่าสุด
ข่าวที่น่าสนใจ
logo-pwa

เพิ่ม ThainewsOnline

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด