สังคม

"อัจฉริยะ" แฉเดือด ลุยเปิดโปงขบวนการ ตำรวจขโมยศพแตงโม แก้ผลชันสูตร!?

02 พ.ค. 2565 | 17:51 น.
"อัจฉริยะ" แฉเดือด ลุยเปิดโปงขบวนการ ตำรวจขโมยศพแตงโม แก้ผลชันสูตร!?

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโม แก้ผลชันสูตร พร้อมแฉยกขบวนการ โดยมีภาพ คลิป และบทสนทนาผ่านไลน์เป็นหลักฐาน ก่อนมาวันนี้ก็เพิ่งได้รับการติดต่อเสนอเงินหลักแสนเพื่อไม่ให้แฉ

จากกรณี วันี้ (2 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะ ร้อง ปปป.ให้เอาผิด 2 นายพลตำรวจคุมคดีแตงโม พร้อมเตรียมแถลงเปิดคลิปวิดีโอพร้อมหลักฐานขบวนการสร้างข้อมูลเท็จ ช่วยผู้ต้องหา จ่อร้องผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นอกจากนี้ อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึงผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ให้สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีการเสียชีวิตของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีรพงษ์ หรือ แตงโม 

 

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ

นายอัจฉริยะเผยว่าที่มาร้องเอาผิดวันนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ร่วมกันแถลงข่าวสรุปสำนวนคดีแตงโมเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา โดยนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งนายอัจฉริยะ ระบุว่า สิ่งที่เป็นเท็จ ได้แก่ ความเร็วจีพีเอส ภาพของผู้ต้องหาบนเรือ และภาพบาดแผลตัวเอสของหญิงสาวต่างชาติที่นำมาประกอบคลิปวิดีโอแถลงข่าว ที่อ้างว่าโดนใบพัดเรือเช่นเดียวกับบาดแผลของแตงโม รวมถึงการทดสอบบาดแผลกับดินน้ำมัน และการใช้หมูทดสอบทิศทางการตกเรือ 

นอกจากนั้นยังมีข้อมูลว่า มีการขโมยศพในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ไปกระทำการบางอย่าง และแก้ผลชันสูตรบาดแผลตามร่างกายจาก 11 แผล เป็น 22 แผล และสรุปที่ 26 แผล

 

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ

 

ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการสร้างหลักฐานเท็จที่ทำเป็นขบวนการมี "พลตำรวจตรี" เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 อาจถูกหลอกต้ม ไม่ทราบถึงขบวนการดังกล่าว แต่ที่แจ้งความเอาผิดด้วย เนื่องจากเป็นผู้บังคับบัญชาที่ทำหน้าที่กำกับดูแลคดีนี้ 

 

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ

 

และในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. จะเปิดแถลงข่าวใหญ่เปิดโปงขบวนการสร้างหลักฐานเท็จคดีแตงโม ซึ่งมีตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 20 คน มีทั้งตำรวจฝ่ายสืบสวน สอบสวน เจ้าหน้าที่นิติเวช และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมขบวนการ โดยจะเสนอหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอมีทั้งภาพ และเสียง และบทสนทนาทางไลน์ รวมถึงคำรับสารภาพของพันตำรวจเอกนายหนึ่ง ซึ่งสารภาพแล้วว่า ประเด็นการปัสสาวะท้ายเรือของแตงโมไม่เป็นความจริง

 

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ

ก่อนที่จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปปป.วันนี้ นายอัจฉริยะ ยังบอกว่าได้รับการติดต่อพยายามเสนอเงินหลักแสนบาท เป็นรายเดือน เพื่อไม่ให้มาร้องทุกข์ และเปิดเผยขบวนการ พร้อมยืนยันว่า ขบวนการสร้างหลักฐานเท็จนี้ เริ่มขึ้นหลังเกิดเหตุประมาณ 3 วัน และเป็นการตั้งใจเพื่อแลกรับผลประโยชน์จากผู้ที่มีส่วนได้เสียทางคดี ไม่ใช่เป็นการทำงานผิดพลาดแล้วต้องการปกปิดคดี ซึ่งกุนซือสำคัญของคดีนี้เป็นคนเดียวกับที่ช่วยเหลือคดี บอส อยู่วิทยา ที่ขับรถชนตำรวจและหลบหนีไปต่างประเทศ

 

อัจฉริยะแฉเดือด ตำรวจขโมยศพแตงโมแก้ผลชันสูตร ลุยเปิดโปงทั้งขบวนการ


โดยที่มาร้องทุกข์วันนี้เพื่อให้ดำเนินคดีกับพลตำรวจโทจิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และพลตำรวจตรีวสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 ในความผิดฐานมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 184 และ มาตรา 200 ช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษอาญา หรือรับโทษน้อยลง และในวันที่ 3 พ.ค. 2565 จะเดินทางไปยื่นให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้งสองนาย ที่ร้องทุกข์วันนี้และให้มีคำสั่งไปประจำที่ ศปก.ตร.
 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

กรมควบคุมโรคเผย โควิด NB.1.8.1 ระบาดหลัก ยอดพุ่งแต่ไม่รุนแรง

กรมควบคุมโรคเผย โควิด NB.1.8.1 ระบาดหลัก ยอดพุ่งแต่ไม่รุนแรง

1 ราศี พ้นเคราะห์ชะตาพลิก เงินทองอู้ฟู่ หลังดาวพฤหัสย้ายครั้งใหญ่

1 ราศี พ้นเคราะห์ชะตาพลิก เงินทองอู้ฟู่ หลังดาวพฤหัสย้ายครั้งใหญ่

อัปเดตสุขภาพ สารณสุขเผย ข้อมูลสายพันธุ์หลักปัจจุบัน พร้อมวิธีดูแลกลุ่มเสี่ยง

อัปเดตสุขภาพ สารณสุขเผย ข้อมูลสายพันธุ์หลักปัจจุบัน พร้อมวิธีดูแลกลุ่มเสี่ยง

เช็ก ไอเทมสีต้องห้าม ประจำวันเกิด พกชิ้นไหน ขัดลาภไม่รู้ตัว

เช็ก ไอเทมสีต้องห้าม ประจำวันเกิด พกชิ้นไหน ขัดลาภไม่รู้ตัว

รีบเช็ก 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า "ห้ามต่อปลั๊กพ่วง" เสี่ยงกระแสไฟเกินไม่รู้ตัว

รีบเช็ก 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า "ห้ามต่อปลั๊กพ่วง" เสี่ยงกระแสไฟเกินไม่รู้ตัว