หัวใจลูกแทบแตกสลาย แม่พูดคำสุดท้าย "ไม่อยากเป็นภาระ" ก่อนหายออกจากบ้าน

27 พ.ย. 2564 เวลา 18:04 น.47

ลูกสาวใจจะขาด แม่พูดคำสุดท้ายไม่อยากเป็นภาระก่อนหายออกจากบ้าน วางแผนถึงขั้นจะลาออกจากงานเพื่อตามหาแม่ให้เจอ

จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิกระจกเงา ประกาศตามหาคนหาย ชื่อ น.ส.รัตนาภรณ์ สมสวรรค์ เบาะแสสุดท้ายมีคนเจอคนหายบริเวณวัดกู้ ซึ่งลูกสาวได้ออกตามหาแม่และหวังว่าจะหาเจอ ลั่น ไม่ยอมเลิกตามหาจนกว่าจะเจอ ถึงขั้นวางแผนลาออกเพื่อไปตามหาแม่

"ตอนหนู 6 ขวบเริ่มมีคนพูดให้ได้ยินว่า จริงๆแล้ว แม่ไม่ใช่แม่ของหนู แต่เป็นอา น้องสาวของพ่อ เลยถามตรงๆ เขาก็บอกความจริง ว่าแม่ทิ้งหนูไปมีครอบครัวใหม่ส่วนพ่อเสียชีวิตตั้งแต่หนูยังเด็ก จำความได้ก็เรียกอาว่าแม่มาตลอด คิดว่าเขาเป็นแม่แท้ๆ 

"ความรู้สึกตอนนั้นไม่เปลี่ยนไป ความรู้สึก เขาคือ แม่ของหนูจริงๆ เพราะเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก  รู้สึกว่าเขาเป็นแม่  ก็เรียกแม่เหมือนเดิม เขาเล่าให้ฟังว่า พอหนูพูดได้ก็เรียกเขาว่าแม่ก่อนเลย ก็คิดเสมอว่าอาเป็นแม่ของหนูจริงๆ  หนูเลยไม่เคยคิดตามหาแม่แท้ๆ เพราะเขาทิ้งหนูไป

"แม่เลี้ยงหนูเหมือนลูก ส่งเสียเลี้ยงดูทุกอย่าง ตอนเด็กหนูเรียนที่เชียงใหม่ แม่ลงมาทำงานกรุงเทพฯ ส่งเสียหนูเรียนจนจบ ปวช. ก็คุยกันบ้างทางโทรศัพท์ เจอกันตอนแม่กลับมาบ้าน มาอยู่ด้วยกันจริงๆ ตอนหนูมาเรียนมหาวิทยาลัย ก็มาพักด้วยกันในที่ทำงานของแม่ที่กรุงเทพฯ

 

ลูกสาวตามหาแม่หายตัวไป

 

"แม่ห่วงหนูเรื่องเรียน อยากให้เรียนให้จบมหาวิทยาลัย ตั้งแต่หนูเรียนปีหนึ่ง แม่พูดว่าอยากไปงานรับปริญญาของหนู เหมือนแม่ตื่นเต้น บอกว่าอยากใส่ชุดนั้นชุดนี้มางานรับปริญญาของหนูตั้งแต่ตอนนั้น 

"จนหนูใกล้เรียนจบ จะได้รับปริญญาแล้ว อยู่ๆแม่เปลี่ยนไป แม่บอกว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง บอกว่าได้ยินเสียงเหมือนหนูพูดตอนเด็กๆ แม่คิดถึงภาพตอนหนูยังเล็ก แล้วบอกว่ารู้สึกผิดที่ทิ้งเด็กคนนี้มาทำงานที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นหนูคิดว่าแกฝัน แต่แกพูดบ่อย จนคิดว่าแม่มีอะไรผิดปกติ

 

affaliate-2

"จนวันรับปริญญาที่แม่รอคอย อยู่ๆแม่พูดว่าไม่อยากไป แม่ดูเฉยๆไม่รู้สึกดีใจ ไม่เหมือนตอนที่แม่ปกติ แต่แม่ก็ไปถ่ายรูป หนูก็แนะนำแม่กับเพื่อนๆว่าคือแม่ เรื่องว่าแม่ไม่ใช่แม่แท้ๆ ไม่มีเพื่อนคนไหนรู้เลย ตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่รู้จะบอกไปเพื่ออะไร เพราะความรู้สึกหนู คือเขาเป็นแม่มาตลอด

"เคยคุยกับแม่ว่าไปหาจิตแพทย์กัน แม่บอกว่าแม่ไม่ได้บ้านะ จนได้พาไปโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง คือแม่ไม่ยอมกินยาแน่ๆ หมอแนะนำให้ฉีดยาแทน แต่มันจะมีผลข้างเคียงอีก  ตอนนั้นหนูทำงานแล้ว ก็ไม่ให้แม่ทำงาน ให้มาอยู่ด้วยกัน แม่น่าจะดีขึ้นไม่ต้องเครียดเรื่องงาน ก็คิดว่าแกจะหายได้เอง เลยไม่ได้รักษาต่อ

"อยู่ด้วยกันก็จริง แต่เหมือนไกลกัน ความรู้สึกเราใส่ใจกันน้อยเกินไป ทะเลาะกันบ่อยจนพูดกันน้อยลง เพราะถ้าพูดกันเดี๋ยวทะเลาะกัน แล้วเวลาทะเลาะกัน อยู่ๆแม่จะหัวเราะใส่หนูเสียงดัง จนบางวันหนูเครียดจนไม่อยากกลับบ้าน  เรื่องแม่ป่วยหนูก็ไม่ได้บอกใคร เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว 

"จนวันหนึ่ง แม่ไม่เรียกแทนตัวเองว่าแม่แล้ว ทำเหมือนหนูไม่ใช่ลูก  คุยกันโดยไม่แทนตัวเองว่าแม่ หนูก็ไม่ได้แทนตัวเองว่าลูก บางวันแม่คิดว่าหนูเป็นคนอื่น คิดว่าหนูคือดาราที่แม่ชอบ บางวันแม่คิดว่าตัวแม่คือตัวหนู  บางวันไปบอกคนอื่นว่าหนูไม่ใช่ลูกแต่คือเจ้านาย ปกติวันเกิดแม่หรือวันแม่ หนูจะมีของขวัญให้แม่ แต่ 2-3 ปีหลังหนูไม่ได้ให้แม่เลย ใจอยากทำให้แม่ แต่กลัวถูกแม่ปฏิเสธ 

"หนูเริ่มติดต่อหาโรงพยาบาลอีกรอบ แต่บางที่ต้องรอคิวหลายเดือน จนได้คิวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หนูเตรียมลางานพาแม่ไปรักษาแล้ว อีกไม่กี่วันเอง วันนั้นหนูกลับมาถึงบ้านตอนสามทุ่ม ไม่เจอแม่แล้ว มีกุญแจบ้านวางไว้ที่เตียง แม่เคยพูดกับหนูว่า ถ้าแม่จะไปแม่จะวางกุญแจคืนไว้ให้

"ก่อนแม่จะหายไป  อยู่ๆแม่พูดว่าไม่อยากเป็นภาระ ไม่อยากขอเงินหนูใช้ เหมือนแม่รู้สึกว่าแม่เป็นภาระ แต่ความตั้งใจของหนู เมื่อหนูเรียนจบทำงานแล้ว หนูไม่ให้แม่ทำงานเลย หนูอยากเลี้ยงแม่ ให้แม่ไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องเครียดกับงาน

"คืนนั้นก็ไปตระเวนขับรถหาตามถนน ร้องไห้ตลอดทางเพราะเสียใจที่แม่หายไป ไปตามดูที่ที่แม่เคยไป  แล้วไปแจ้งความคนหายที่โรงพัก จากนั้นก็ไปขอดูกล้องวงจรปิดของเทศบาล เผื่อจะเห็นแม่ว่าเดินผ่านตรงไหนบ้าง ไปดูตามที่ต่างๆทั้งกลางวันและกลางคืน

"ความรู้สึกตอนนี้อยากเจอแม่ให้เร็วที่สุด หนูอยากพาเขาไปรักษา กลัวแม่จะเกิดอันตรายหรือเจอคนไม่ดีระหว่างทาง เป็นห่วงแม่มาก กลัวเขาโดนทำร้าย 

"การตัดสินใจของเรา มันส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตของเราจริงๆ เราห่างกันจนไม่ใส่ใจแม่ คิดว่าแม่เป็นไม่หนัก คิดว่าแม่จะยังอยู่ได้ และหายป่วยได้เอง คิดว่าถ้าแม่ไม่ต้องทำงานจะได้สบาย จะได้ไม่เครียด มันเลยทำให้เป็นแบบนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะรีบพาแม่ไปรักษา

"ไม่ได้เตรียมใจไว้ หากว่าจะไม่เจอแม่ จะหาแม่จนกว่าจะเจอ วางแผนไว้ว่า ถ้ายังไม่เจอแม่ จะลาออกจากงานมาตามหาแม่"

สุภัชชา​ สมสวรรค์​  (พิม) ลูกสาว
รัตนาภรณ์ สมสวรรค์ (นิด) แม่

คนหาย ชื่อ น.ส.รัตนาภรณ์ สมสวรรค์ หรือ นิด อายุ 54 ปี ได้หายออกจากบริเวณซอยเลี่ยงเมือง-ปากเกร็ด 1 (ซอยบุปผชาติ) ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 16.50 น.

คนหายรูปร่างผอม สูงประมาณ 150 ซม. น้ำหนักประมาณ 45 กก. ผิวสีคล้ำ ลักษณะผมยาว ผมสีดำ มีรอยแผลเป็นตามแขนและขา การแต่งกายสวมเสื้อยืดสีกรมท่า สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าแตะสีชมพู

เบาะแสล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ย.64 มีพลเมืองดีพบคนหาย บริเวณวัดกู้ (วัดพระนางเรือล่ม) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา
โทร. 095 631 1914

คนหายมีปัญหาสุขภาพจิต ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

 

หัวใจลูกแทบแตกสลาย แม่พูดคำสุดท้าย "ไม่อยากเป็นภาระ" ก่อนหายออกจากบ้าน

 

ภาพวงจรปิดจุดสุดท้ายที่บันทึกภาพป้านิด ทำให้เห็นการแต่งกายใส่เสื้อสีกรมท่า และกางเกงสีดำ รองเท้าสีชมพูออกจากหอพัก

 

ขอบคุณ มูลนิธิกระจกเงา

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

affaliate-3