จังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด 2 สถานที่เสี่ยง หลังพบมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน

จังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด 2 สถานที่เสี่ยง หลังพบมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน

11 พ.ย. 2564 เวลา 8:58 น.8

มีมติจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด 2 สถานที่เสี่ยง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังพบมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน

จากรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 64 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติสั่งปิด บ้านห้วยห้อม (คุ้มหมวด 6) และบริษัท เชียงรายฟูด อำเภอฝาง ระหว่างวันที่ 8-21 พฤศจิกายน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังพบมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด  2 สถานที่เสี่ยง

 

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดยสั่งปิดบ้านห้วยห้อม (คุ้มหมวด 6) หมู่ที่ 1 ตำบลแม่งอน และบริษัท เชียงรายฟูด จำกัด หมู่ที่ 7 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 8 ถึง 21 พฤศจิกายน 2564 เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่อำเภอฝาง ภายหลังพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน

-โผล่อีก! คลัสเตอร์งานบุญ ติดเชื้อรวดเดียว 35 ราย ผู้เสี่ยงสูงอีกเพียบ
-สมรักษ์ เผยนัดทวงหนี้ ส.จ.ดำ 10 ล้าน ตามถึงบ้านพบดับยกครัว
-ธรรมนัส" ตอบแล้ว มีสมบัติที่ใช้ได้ตลอดชีวิตทำไมยังเล่นการเมือง!

affaliate-2

ทั้งนี้ ขอให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกรายเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 หากผลตรวจเป็นลบให้กักตนเอง (Home Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำให้คุมไว้สังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ งดการเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค พร้อมให้นายอำเภอฝาง ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอฯ กำกับและควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด  2 สถานที่เสี่ยง

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่สั่งปิด  2 สถานที่เสี่ยง



 ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

ข่าวล่าสุด
ข่าวที่น่าสนใจ