เปิดธุรกิจ หลานนายกทั้ง 2 รวยอู่ฟู่เอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน

08 ตุลาคม 2564

เปิดธุรกิจ หลานนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยอู้ฟู่ พบมีเอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน หลังมีหลายให้ความสนใจ น้องชายบิ๊กตู่ ปมไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินการยึดครองบ้านและเงินฝากของภรรยา

ถือว่าเป็นที่จับตามองอย่างมากในขณะนี้ ภายหลังจากกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ลงมติแจ้งข้อกล่าวหา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า มีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีการไม่ได้แจ้งเรื่องการยึดถือครองบ้านใน จ.พิษณุโลก และบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)

เปิดธุรกิจ หลานนายกทั้ง 2 พบเอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน

โดยเรื่องนี้ทางด้าน พล.อ.ปรีชา ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ จะรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อจะสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป

เปิดธุรกิจ หลานนายกทั้ง 2 พบเอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน

 

นอกจากข่าวที่ บิ๊กติ๊ก พล.อ.ปรีชาได้เข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. จึงเป็นเหตุทำให้มีอีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวบิ๊กติ๊ก ได้รับความสนใจไปด้วยคือ กรณีที่ หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของนายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายบิ๊กติ๊ก ที่ถูกร้องเรียนว่า จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในค่ายทหารสมเด็จพระเอกาทศรถ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งทางบิ๊กติ๊ก ก็ยอมรับว่า มีการจดทะเบียนโดยใช้ค่ายทหารเป็นที่อยู่จริง เพราะตนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งข้างนอก แต่กระนั้นเรื่องนี้ตนก็ไม่ได้มีส่วนสนับสนุนการกระทำของลูกชาย


-บิ๊กตู่ ปลื้ม ป.ป.ส. ปราบยาเสพติด ผลงานทะลุเป้า ยึดทรัพย์ได้หลายพันล้านบาท
-พลเมืองดี เจอกระเป๋าหล่น เปิดดูข้างในตกใจหนัก รีบตั้งสติแจ้งตำรวจ
-ผกก.เเจงด่วน ตร.ติดโควิด กั้นรั้วปิดโรงพัก ปชช.จะเเจ้งความต้องไปไกล7กิโลฯ

 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลการจัดตั้งบริษัทของลูกชายพล.อ.ปรีชา ซึ่งมีศักดิ์ทางสายเลือดเป็น หลานนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง 2 คน ได้แก่ นายปฐมพล และ นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า มีการดำเนินการจัดตั้งบริษัทต่างๆ ที่สามารถเปิดเผยได้ดังนี้ 

นายปฐมพล จันทร์โอชา เป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น 3 บริษัท ได้แก่
1. หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ทุนปัจจุบัน 3 ล้านบาท ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไป ส่วนงบการเงินปี 2562 มีรายได้รวม 146,413,407 บาท รายจ่ายรวม 137,632,786 บาท เสียภาษีเงินได้ 1,762,049 บาท และกำไรสุทธิ 2,466,255 บาท

2. บริษัท บีวิช คาร์ เร้นทอล จำกัด ทุนปัจจุบัน 120 ล้านบาท ประกอบธุรกิจการใช้เช่ายานยนต์ มีงบการเงินปี 2562 รายได้รวม 11,424,963 บาท รายจ่ายรวม 17,525,807 บาท ขาดทุนสุทธิ 6,100,844 บาท

3. บริษัท มาซูมิ จำกัด ทุนปัจจุบัน 2 ล้านบาท ประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอะไหล่ ส่วนงบการเงินปี 2563 มีรายได้รวม 30,911 บาท รายจ่ายรวม 7,000 บาท กำไรสุทธิ 23,911 บาท

เปิดธุรกิจ หลานนายกทั้ง 2 พบเอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน

 

ขณะเดียวกัน นายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา เป็นกรรมการบริษัท 1 แห่ง คือ บริษัท พี-ไรท์แอนด์บริส จำกัด ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง งบการเงินปี 2562 มีสินทรัพย์รวม 1,011,506 บาท หนี้สินรวม 11,000 บาท แจ้งมีรายได้รวม 8,000 บาท รายจ่ายรวม 8,000 บาท

ตามรายงานยังระบุอีกด้วยว่า ธุรกิจลูกชายบิ๊กติ๊ก มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐกว่า 70 โครงการ ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบลงลึกในรายละเอียดว่า มีบริษัททั้งหมด 4 บริษัท คือ 
1. หจก.คอนเทมโพรารี เป็นคู่สัญญาหน่วยงานรัฐ 22 โครงการ วงเงิน 611 ล้านบาท
2. บริษัท บีวิช คาร์ เร้นทอล จำกัด เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ 49 โครงการ วงเงิน 130 ล้านบาท
3. บริษัท พี-ไรท์แอนด์บริส จำกัด เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ 2 โครงการ วงเงิน 24 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญาร่วมกับ หจก.คอนเทมโพรารี 1 สัญญา คือ การก่อสร้างอาคารกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 14 กองทัพภาคที่ 3 วงเงิน 11.8 ล้านบาท

จากธุรกิจหลานบิ๊กตู่ข้างต้น จึงทราบว่า ยอดเงินทั้งหมดที่เป็นคู่สัญญารัฐ มีวงเงินกว่า 767 ล้านบาท

เปิดธุรกิจ หลานนายกทั้ง 2 พบเอี่ยวโครงการรัฐกว่า 700 ล้าน
 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews