กรมคุมประพฤติ แถลงถึงศูนย์บำบัดดัง วัดท่าพุฯ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ

22 ก.ย. 2564 เวลา 19:04 น.8

กรณีข่าวศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด "วัดท่าพุราษฎร์บำรุง" ที่หมอปลาเข้าช่วยเหลือ กรมคุมประพฤติออกแถลงการณ์แล้ว

เป็นอีกหนึ่งประเด็นสังคมที่หลานคนติดวันกันในวันนี้ กรณี หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ไลฟ์สดภารกิจบุกเข้าช่วยเหลือประชาชน 216คน รวมถึง กลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน  ที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง  อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

กรมคุมประพฤติ แถลงถึงศูนย์บำบัด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง

ด้านกรมคุมประพฤติได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนไปยังเพจ หมอปลาช่วยด้วย และปรากฏตามสื่อต่างๆ ให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วิถีพุทธ วัดท่าพุราษฏร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ว่าระหว่างการบำบัดมีการทำร้ายผู้เข้ารับการบำบัดถึงขั้นเสียชีวิต และมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวอีกทั้งข่มขู่เรียกร้องทรัพย์สินจากผู้ปกครอง โดยมีการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขให้ตรวจสอบ

กรมคุมประพฤติ แถลงถึงศูนย์บำบัด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง

 

- เปิดประวัติ "หลวงพี่โอ่ง วัดท่าพุฯ" มรณภาพกะทันหันก่อนตกเป็นข่าวฉาว
- ผู้บำบัด เปิดใจ เล่าช่วงถึงเวลาที่อยู่ในวัดท่าพุฯ กับสิ่งที่ต้องเจอ
- หมอปลา ช่วยเกือบ 300 ชีวิตจากวัดท่าพุฯไปเขาชนไก่ เเฉจ่าย 2 หมื่นแลกบวชพระ

affaliate-2

กรมคุมประพฤติจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมว่า ภายหลังได้รับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าว กรมคุมประพฤติ โดยผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรีได้ลงพื้นที่พร้อม นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง จากการลงพื้นที่พบว่า ศูนย์ดังกล่าวมีการควบคุมกักขังผู้เข้ารับการบำบัดจริง จำนวนประมาณ 200 คน โดยผู้เข้ารับการบำบัดอยู่รวมกันในลักษณะแออัด มีการเรียกเก็บเงินค่าบำบัด 10,000 บาท มีเงื่อนไขต้องเข้ารับการบำบัดเป็นระยะเวลา 1 ปี และหากอยู่ไม่ครบระยะเวลาบำบัดต้องเสียค่าปรับอีก จำนวน 10,000 บาท และระหว่างบำบัดผู้ปกครองต้องจ่ายเงินรายเดือนอีกเดือนละ 2,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้ดำเนินการปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุม และประสานไปยังกองพลทหารราบที่9 มารับตัวผู้เข้ารับการบำบัดออกจากสถานที่ดังกล่าว เพื่อไปพักชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงเขาชนไก่ และประสานให้ญาติมารับกลับภูมิลำเนาต่อไป

กรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดไม่มีผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี และศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ได้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แบบควบคุมตัว ที่เป็นภาคีในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติแต่อย่างใด

กรมคุมประพฤติ แถลงถึงศูนย์บำบัด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

affaliate-3