"เบ๊น อาปาเช่"ตีแผ่สายรีวิวร้านอาหาร มี 4 จำพวก หนึ่งในนั้นคือ เบ่งกินฟรี

14 ก.ย. 2564 เวลา 21:47 น.

"เบ๊น อาปาเช่" โพสต์ หลัง ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติชื่อดัง ได้ออกเผยเรื่องราวว่าถูกสมาคมนักรีวิวอาหารขู่แบนร้าน

จากกรณีเฟซบุ๊ก Wisdom International Buffet ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติชื่อดัง ได้ออกเผยเรื่องราวว่าถูกสมาคมนักรีวิวอาหารขู่แบนร้าน เพราะต้องการขอมาร้าน แต่ได้คูปองมา 2 ใบ แต่ทีมงานมี 4 คน จึงขอกินฟรีแลกกับถ่ายรีวิวร้าน แต่ทางร้านปฏิเสธ ทำให้ทีมงานนักรีวิวไม่พอใจ พิมพ์แชทข่มขู่สารพัด แถมบอกทางกลุ่มขอแบนร้านอีกด้วย 

(อ่านข่าว ร้านบุฟเฟต์ดังเอือม เจอนักรีวิวเบ่งขอไม่จ่ายค่าอาหาร หลังได้คูปองฟรีไม่พอเพียงต่อปริมาณทีมงาน)

เบ๊น อาปาเช่

ล่าสุด Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่ ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า 

ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มานานพอสมควรผมคิดว่าการรีวิวร้านอาหาร ของยูทูบเบอร์,influencer มันจะจำแนกได้ 4 ข้อครับ คือ

1. งานจ้างจากลูกค้าหรือทางร้าน

คนติดต่อมา(ลูกค้า)ก็จะคุยราคากันว่าจะจ้างให้มารีวิวนะ เป็นคลิป เป็นรูป เป็นอัลบั้ม ก็ว่ากันไป

ทางร้านก็จะมีบรีฟให้ว่าอะไรเป็นจุดขาย อะไรเป็นจุดที่อยากให้เน้น แล้วก่อนลงงานทางลูกค้าก็สามารถขอตรวจงานก่อนได้ว่าพึงพอใจหรือไม่

ขาดตรงไหน อยากให้เติมตรงไหน จนกระทั่งงานapprove เราก็ถึงลงงาน ซึ่งพูดกันตรงๆว่างานจ้างแบบนี้ "ไม่อร่อย ก็ต้องบอกอร่อย" ครับ

แม้ไม่น่ากินก็ต้องถ่ายให้ดูน่ากิน

2. งานรีวิวแบบ Barter

ซึ่งเป็นได้ทั้งร้านอาหาร ของใช้ โรงแรมที่พัก ฯลฯ

ในข้อนี้การรีวิวมีทั้งมาจากตัวเจ้าของสินค้าเอง

และมาจากทางตัวinfluencer , youtuber เอง

เช่น เจ้าของร้านอาหารไม่มีงบในการจ้าง หรือ คิดว่าแลกเปลี่ยนกัน win win

ร้านได้การโปรโมต ส่วนตัวนักรีวิวก็ได้คอนเท้นไปลงช่องตัวเอง (+ ได้กินฟรี หรือ ได้พักฟรี หรือ ได้สินค้าไปใช้ฟรี)

ซึ่งการขอรีวิวจากทางตัวนักรีวิวเองก็ใช้วิธีนี้กันเกือบทั้งโลก (แต่ผมไม่เคยใช้นะครับ !!!)

มีทั้งส่ง e-mail ไป / หรือดาราให้ผู้จัดการส่วนตัวทักไป (อันนี้เยอะครับ ขอไม่เอ่ยชื่อ)

ทักไปว่า ฉันมียอดฟอลโล่วเท่านี้นะ ราคาปกติฉันเท่านี้นะ ปกติลงรูปไปยอดไลคเท่านี้นะ

ฉันจะขอไปนอนที่พักคุณ3คืน แลกกับการรีวิวคุณโอเคไหม อันนี้คือทางอินฟลู/ยูทูบเบอร์ เป็นคนติดต่อไปเอง

3. ลงด้วยใจ

การรีวิวแบบนี้คือ นักรีวิวได้คอนเท้น ร้านค้าได้ยอดคนรู้จักมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ดีตรงนักรีวิวไม่ต้องมีกรอบอะไรในการรีวิวเพราะไม่ใช่งานจ้าง ส่วนมากงานมักจะออกมาดีเพราะรีวิวด้วยใจ อะไรอร่อยก็ว่าไป อะไรไม่ดีก็ว่าไป มันมีความเรียล

ร้านค้าก็ไม่ได้มาตีกรอบว่าต้องลงแบบไหน

ตัวนักรีวิวก็ละเลงได้เต็มที่ ผลที่ได้รับคือ win ทั้งสองฝ่าย เพราะแฟนเพจก็เชื่อถือตัวนักรีวิวคนนี้ ส่วนร้านก็ได้รับลูกค้าเพิ่มได้ยอดขายเพิ่ม

4. เบ่งกินฟรี

ข้อนี้คือรู้ว่าตัวเองเป็นแอดมินเพจที่มีคนตามเยอะ

โพสต์อะไรไปมีพลังเยอะหรือมีพรรคพวกนั่นเอง

พอไปขอกินฟรีแล้วไม่ได้ดั่งใจก็ขู่จะแบนร้านอันนี้เรียกว่าเปรตหรือถ้านิยามอีกคำคือเหี้...นั่นเองครับ

เบ๊น อาปาเช่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews