ญาติโวย แม่ค้าฉีดวัคซีนแล้วแน่นหน้าอก ชาขยับตัวไม่ได้ หมอให้ยาโรคกระเพาะ

11 กันยายน 2564

ญาติอัดคลิปโวย แม่ค้าฉีดวัคซีนซิโนแวค แล้วแน่นหน้าอก ชาทั้งตัวขยับไม่ได้ หมอให้แต่ยาโรคกระเพาะกลับบ้าน วอนหน่วยงานช่วยเหลือด่วน

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 64 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอปรากฎภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่นอนอยู่แต่ ขยับตัวไม่ได้ และมีชายคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นญาติ ได้พูดอธิบายว่าต้องการให้โซเชียลได้รู้ว่า หญิงสาวที่นอนอยู่ มีอาการแน่นหน้าอก ขยับตัวไม่ได้ หลังฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอเขาค้อ โดยวันแรกหลังกลับบ้าน พอเกิดอาการก็ได้ติดต่อไปทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการดูแล เพียงแต่ให้ยากลับมากินที่บ้าน จึงอยากให้ทุกคนในโลกโซเชียลได้รับรู้ และวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความช่วยเหลือ

 

ญาติอัดคลิปโวย แม่ค้าฉีดวัคซีนแล้วแน่นหน้าอก

นอกจากนี้ยังได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า “ว่าด้วยเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาบังคับให้กลุ่มแม่ค้าในแถบอำเภอเขาค้อไปฉีดวัคซีนเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ4-5 วันก่อนอาเราไปฉีดวัคซีนซิโคแวคมาคือมีอาการหลังฉีดทันที แต่หลังฉีดหมอเขาไม่ให้รอดูอาการให้กลับบ้านเลย จากนั้นช่วงบ่ายไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขาค้อแล้วหมอบอกว่าอาเราเป็นโรคกระเพาะอาหารให้ยามากิน

 

ญาติอัดคลิปโวย แม่ค้าฉีดวัคซีนแล้วแน่นหน้าอก


จากนั้นอาเราก็กลับบ้านมาแล้ว เกิดอาการแน่นอกมากขึ้น เริ่มหายใจไม่ทั่วปอด พอวันที่สองไปหาหมอก็บอกว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารเหมือนเดิม ไม่ยอมรับทำการรักษา ให้กลับบ้านเหมือนเดิม แล้วในวันที่สามอาการก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอก็ยังพูดแบบเดิม จนมาวันนี้คืออาการแย่ แน่นอก ตัวชาไปทั้งตัว เดินไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ โทรให้ทางโรงพยาบาลมารับ คือมาถึงแล้วยังไม่รีบมาดูคนไข้ ยังถามอยู่นั่นแหละ ว่าเป็นอะไรมากไหม อาการเป็นยังไง คือจริงๆ คนเป็นหมอเรียนมาใช้เวลาตั้งนานกว่าจะได้มาเป็นหมอ คุณดูคนไข้ก็น่าจะเดาออกไหมว่าเป็นอะไร

อาการข้างต้นญาติคนไข้ก็บอกให้แล้วไหม แล้วคุณมาตะคอกใส่คืออะไร จรรยาบรรณการเป็นหมอของคุณอยู่ไหน รู้เข้าใจว่าช่วงนี้โควิด-19 ที่เขาค้อเป็นยังไง รู้ว่าคุณหมอเหนื่อย แต่คุณกรุณาช่วยทำหน้าของคุณให้ดีหน่อยได้ไหม หากว่าคนนั้นเป็นคนในครอบครัวคุณล่ะ คุณจะทำแบบนี้ไหม โรงพยาบาลนี้เป็นโรงบาลที่.......มาก" 

ญาติอัดคลิปโวย แม่ค้าฉีดวัคซีนแล้วแน่นหน้าอก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews