ไพบูลย์ นิติตะวัน เหลืออด ไล่ 2พส. ลาสิกขาไปเป็นดารา ทำให้ชาวโลกติเตียน

07 ก.ย. 2564 เวลา 22:52 น.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีการไลฟ์สดของพระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์กลายเป็นดารา ถ้าอยากจะเป็นดาราก็ควรจะลาสิกขาบท

เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ในโลกออนไลน์ ที่ต้องบอกว่ามีทั้งคำวิจารณ์และก็ชื่นชม หลังจากที่  "พระมหาไพรวัลย์" และ "พระมหาสมปอง" ออกมา Live ผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้มีคนเข้ารับชมมากกว่า 2 แสนคน กลายเป็นกระแสดัง จนทำให้เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปมากมายถึงประเด็นที่ออกมาไลฟ์สดเทศนา

 พระมหาสมปอง – พระมหาไพรวัลย์

ก่อนที่ในเวลาต่อมานั้น  "พระมหาไพรวัลย์" ออกมาไลฟ์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ พระอาจารย์บอกว่า ขอบคุณ ขอบพระคุณติติง ตักเตือน เกี่ยวกับประเด็นดราม่า เรารับฟังเสมอ ไม่เคยเถียง เราทำอะไรเราตระหนักรู้ ซึ่งวันนี้เราขอชื่นชมคนหนึ่งจากใจ คือ อาจารย์สิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ออกมาพูด ขออย่าไปด่าท่าน 

พระมหาไพรวัลย์ บอกต่อว่า หากอาตมาไม่มีพวกโยม อาตมาก็ไม่มีพลังงานมากขนาดนี้นะ อาตมาอยู่ได้เพราะพวกโยม ฉะนั้น โนสนโนแคร์ ส่วนที่ใครเอารูปไปขายของ หรือไปโฆษณาอะไรก็เอาไปเลย ไม่เก็บเงิน แต่ขอให้ดูสภาพด้วยว่าให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เอาอาตมาไปโฆษณาขายยาสระผม อันนี้ไม่ควรนำไปโฆษณา ขอให้ดูความเหมาะสม

พระมหาไพรวัลย์ ยังบอกด้วยว่า อย่าเคลมพระพุทธศาสนาไว้คนเดียว คุณมีของดีหรือของมีค่า แต่ถูกเก็บไว้ในหีบและล็อกกุญแจอย่างนั้นจะมีไว้เพื่ออะไร เหมือนธรรมะดีมาก แต่จะสื่อกับใคร ธรรมะตอนนี้มีไว้เทศน์ให้ผีฟัง แล้วจะมีประโยชน์อะไร ธรรมะมีประโยชน์แค่ต้องนำมาย่อยเอามาหยอด ของมีค่าถ้าเก็บไว้ก็อาจไม่มีค่า

สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้น ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการไลฟ์สดของพระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะพระสงฆ์กลายเป็นดารา เรื่องนี้ พระธรรมวินัยห้ามไว้ ไม่ควรทำตัวเป็นดารานักแสดง ถ้าอยากจะเป็นดาราก็ควรจะลาสิกขาบท

ไพบูลย์ นิติตะวัน
 

เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าเป็นวิธีที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงธรรมะมากขึ้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ดาราทำก็ได้ ก็พูดเหมือนกัน แต่เป็นพระภิกษุจะใช้วิธีสื่อสารเช่นนั้นไม่เหมาะสม ปัญหาคือ ดำรงสถานะเป็นพระภิกษุก็ต้องอยู่ในพระวินัย อยู่ด้วยความสมถะเรียบร้อย แต่หากเป็นดาราก็อีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้น การนำเสนอธรรมะ หากเห็นว่าเป็นวิธีที่ดี ก็ไปให้ดาราทำ ทำเช่นนี้ ทำให้ชาวโลกติเตียน ผิดธรรมวินัยบางเรื่อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews