"หมอธีระ"เผยไทยขึ้นอันดับ 10 อีกแล้ว และล่าสุดยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

06 ก.ย. 2564 เวลา 12:43 น.

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความสถานการณ์โควิด-19  ระบุว่า 

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความสถานการณ์โควิด-19  ระบุว่า 

...สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา

จำนวนเสียชีวิตใหม่เมื่อวานนี้ 224 คน สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก

แม้จำนวนติดเชื้อใหม่ที่รายงาน 15,452 คนนั้นจะเป็นอันดับ 11 แต่ต้องตระหนักว่าไม่ได้รวมจำนวนคนที่ตรวจ ATK เป็นผลบวกอีกเกือบ 5 พันคน ซึ่งหากรวมก็จะพบว่าจะพุ่งไปเป็นอันดับที่ 7 ของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้จำนวนการตรวจคัดกรองโรค ณ ปัจจุบันก็ลดลงกว่าเดือนก่อนประมาณ 21.6% ดังที่เคยวิเคราะห์มาก่อนหน้านี้

หมอธีระ

ดังนั้นจึงสะท้อนว่าสถานการณ์การระบาดของเรายังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และกระจายไปทั่ว

การปลดล็อคตั้งแต่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนติดเชื้อแต่ละวันยังระดับหลักหมื่นเช่นนี้ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะเกิดผลกระทบตามมาอย่างแน่นอน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนนี้เป็นต้นไป ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ

...กล่องทรายนั้น กำลังเห็นผลระยะสั้น ที่มาในรูปแบบจำนวนติดเชื้อใหม่ และผลกระทบต่อระบบการดูแลรักษาในพื้นที่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากความจำเพาะด้านภูมิประเทศ และลักษณะการดำเนินชีวิตและรูปแบบธุรกิจค้าขายและบริการต่างๆ

ทางเลือกที่จะปกป้องถิ่นฐานนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะตัดการระบาดให้ได้หรือไม่ โดยมีเวลาจัดการในช่วงเดือนนี้

แต่หากตัดวงจรการระบาดไม่ได้ หรือไม่เลือกดำเนินการ ทางเลือกที่พอทำได้คือ การลงทุนขยายศักยภาพระบบบริการตรวจคัดกรองโรคอย่างทั่วถึงและถาวร รวมถึงการระดมสมองเพื่อปรับระบบการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจค้าขายและบริการในรูปแบบที่เน้นความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในแง่จำนวนคน จำนวนครั้งในการติดต่อพบปะหรือสัมผัส ระยะห่างระหว่างกัน และระยะเวลาการทำธุรกรรมให้สั้นลง

คงต้องเอาใจช่วยให้ดีขึ้นโดยเร็ว

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้มีกำลังใจ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด

ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก

เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า

ด้วยรักและห่วงใย

 

หมอธีระ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews