"จตุรงค์ สุขเอียด" นักข่าวดัง วิเคราะห์คดี "ผกก.โจ้" วิจารณ์เดือดไม่ไว้หน้า

27 ส.ค. 2564 เวลา 15:03 น.38

"จตุรงค์ สุขเอียด" นักข่าวหัวเห็ดชื่อดัง วิเคราะห์คดี "อดีตผู้กำกับโจ้" วิจารณ์เดือดไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

จากกรณีข่าว “อดีตผู้กำกับโจ้ถูกจับกุม ซึ่งหลังจาก อดีตผู้กำกับโจ้ มาถึงกองบังคับการปราบปรามแล้ว ก็มี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำ จนได้ข้อสรุปตามที่ได้รายงานไปแล้ว

"จตุรงค์ สุขเอียด" นักข่าวดัง วิเคราะห์คดี "ผกก.โจ้" วิจารณ์เดือดไม่ไว้หน้า

ต่อมา "จตุรงค์ สุขเอียด" นักข่าวหัวเห็ดชื่อดัง ได้ออกมาเผยว่า นักข่าวรุ่นน้อง  โทรมาว่าช่วยวิเคราะห์ คดีผกก.โจ้ ให้หน่อยครับ

ผมว่า
1.การส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ภาค6 ซึ่งเป็นพื้นที่ในปกครองของเขา เหมือนเอาเสือกลับเข้าป่าไป  
แม้ในสภาพบาดเจ็บแต่ก็ยังเป็นเสือ
2.มีลูกพี่ในกองบัญชาการภาค6ดูแล ซึ่งแผ่ไปหลายจังหวัด มีสายสัมพันธุ์มาถึง สำนักงานใหญ่ที่ปทุมวัน  
 อย่างไร หนักจะกลายเป็นเบา 
3.คดีนี้ อย่างไร มีการสั่งฟ้องแน่ เพื่อให้จบที่คำสั่งศาล เพราะจะไม่มีใครโต้แย้งผลที่ออกมาได้
 โดยอัยการต้องสั่งฟ้องไปแน่
แล้วยังไรครับพี่.....
คดีนี้ อ่อน ที่โจทก์ หรือเจ้าทุกข์   ที่ตายแล้ว และมีข้อหายาเสพติด 

จตุรงค์ สุขเอียด

1.ทำให้ญาติไม่กล้าเดินหน้าเอาเรื่องถึงที่สุด
2.ถ้าดูจากปฎิกิริยาญาติก็อ่อนลง การจะมาเรียกร้องหรือโต้แย้ง ในศาลแบบ คนที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นธรรม คงไม่เกิด
3.จุดแข็ง จุดเดียว คือ คลิปที่ร่วมกันใช้คลุมหัวจนตาย 

-แต่เขาโต้แย้งว่า ไม่เจตนาฆ่า
แม้มีพยานที่นำคลิปมาเผยแพร่ จะถูกเกลี้ยกล่อมให้การแค่ตามสภาพ
-ผลที่ได้คือ ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 
แต่ถ้าซักค้าน ว่า จำเลย ได้ร่วมกันกู้ชีพ แล้วนำส่งโรงพยาบาล ประกอบด้วยแสดงเจตนาบริสุทธิ์
-ผลชันสูตร ถ้าไม่ลงว่าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ก็ยิ่งสนับสนุน ไม่เจตนาฆ่า
-ผมว่า อย่างไรเสียคดีนี้ สรุปสำนวนสั่งฟ้องเร็ว เพื่อให้พิพากษาเร็ว

จตุรงค์ สุขเอียด

affaliate-2

ทั้งเพื่อไม่ให้ติดคุกระหว่างพิจารณาคดีนาน
ุ้ถ้าจำเลย รับสารภาพ ความผิดจะได้ลดลงอีกครึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษ ไม่มากนัก
ถ้าข้อหา ไม่เจตนา หรืออยู่ในกรอบของปฎิบัติหน้าที่โดยประมาท  เพียงอย่่างเดียว ก็นับวันออกมาได้้เลย
แล้วยังไงจึง จะยุติธรรมกับเหยื่อ
ผมวิเคราะห์ต่อว่า คดีนี้
คนเปิดประเด็นคลิป เป็นทนายษิทรา
ทนายจึงคือจุดแข็งหลัดที่จะงัดกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำหน้าที่ให้เกิดความถูกต้องได้
เขา ก็ควรเดินหน้าร้องให้ หน่วยงานคู่ขนานทำสำนวน คู่
 สอบสวนคู่ คือ 1คดี ส่งศาลแบบ2 หรือ3สำนวนของตำรวจชุดหนึ่ง หน่วยงานอื่นที่มีอำนาจเกี่ยวข้องชุดนึง
มันจะค้านกันให้ศาลเห็นเพื่อพิจารณา
-คือ ให้ร้อง ให้ปปท.ทำคดี กับดีเอสไอ ร่วมตั้งพนักงานสอบสวนคดี ฆาตรกรรม บังคับขู่เข็ญ ขินใจ ประสงค์ต่อทรัพย์
-ร้อง 157 ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งชุด
-ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตั้งคณะเข้ามาดูการละเมิดสิทธิ์ผู้ต้องหา
-ให้ ร้อง ปปง.ตรวจอายัดทรัพย์และเส้นทางการเงินทั้งเครือข่าย
แล้วรวบรวมคดี ฟ้องใหม่ ไม่ใช่แค่ที่คนเข้าใจว่า แค่พลั้งมือ.....
ความผิดหนักเบาในคดี จึงขึ้นกับว่า ใครทำ สำนวน ด้วย
 เพราะเมื่อทำละเอียดรอบคอบ ความยุติธรรม ไม่ว่าจะกับคนเป็นหรือคนตาย ก็จะเกิดขึ้น
 แล้วมันจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปได้

จตุรงค์ สุขเอียด

ขอบคุณที่มา : จตุรงค์ สุขเอียด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews

affaliate-3