ไทยป่วยวิกฤติทะยาน“อันดับ1อาเซียน” เดินมา 4 คน ต้องมีติดเชื้อ 1 คน

05 สิงหาคม 2564

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุ สถานการณ์ทั่วโลก 5 สิงหาคม 2564

บราซิลทะลุ 20 ล้าน อเมริกาติดเพิ่มเกินแสนคนต่อวัน

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 671,140 คน รวมแล้วตอนนี้ 200,920,363 คน ตายเพิ่มอีก 9,925 คน ยอดตายรวม 4,268,839 คน

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล อิหร่าน และอินโดนีเซีย

อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 107,959 คน รวม 36,168,809 คน ตายเพิ่ม 628 คน ยอดเสียชีวิตรวม 631,261 คน อัตราตาย 1.7%

อินเดีย ติดเพิ่ม 42,817 คน รวม 31,810,782 คน ตายเพิ่ม 532 คน ยอดเสียชีวิตรวม 426,321 คน อัตราตาย 1.3%

บราซิล ติดเพิ่ม 40,460 คน รวม 20,026,533 คน ตายเพิ่ม 1,010 คน ยอดเสียชีวิตรวม 559,607 คน อัตราตาย 2.8%

รัสเซีย ติดเพิ่ม 22,589 คน รวม 6,356,784 คน ตายเพิ่ม 790 คน ยอดเสียชีวิตรวม 161,715 คน อัตราตาย 2.5%

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 28,784 คน ยอดรวม 6,207,416 คน ตายเพิ่ม 53 คน ยอดเสียชีวิตรวม 112,046 คน อัตราตาย 1.8%

 

หมอธีระ

อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ายังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน

เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ เวียดนาม ล้วนติดหลักพันอย่างต่อเนื่อง

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน

แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านและอิรักติดกันหลักหมื่น ทั้งนี้อิหร่านมีจำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวันทำลายสถิติเดิม สูงถึง 39,357 คน

กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

...วิเคราะห์สถานการณ์ของไทยเรา

ตอนนี้ไทยมีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก

อันดับที่ 3 ของเอเชีย

และเป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน

ดูข้อมูลจากที่คุณสรยุทธนำเสนอทางเพจ พบว่า ณ ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัตราการตรวจพบว่าติดเชื้อสูงมากถึงเกือบ 24%

นั่นคือตรวจประมาณ 4 คนจะเจอว่าติดเชื้อ 1 คน

ความชุกของการติดเชื้อโควิด-19 ที่ตรวจพบนี้ถือว่าสูงมาก และย้ำเตือนให้เราทุกคนต้องตระหนักถึงสถานการณ์การระบาดขณะนี้ว่า"วิกฤติ"

ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ที่ควรพิจารณาดำเนินการในสถานการณ์เช่นนี้ คือ

หนึ่ง จำเป็นต้องขยายศักยภาพของการตรวจคัดกรองโรคให้มากกว่าที่ทำมา อย่างน้อยอีก 2-3 เท่า คือตรวจให้ได้ 150,000-200,000 ครั้งต่อวัน เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อแพร่เชื้อของคนในสังคม

ทั้งนี้เชื้อสายพันธุ์เดลต้ามีสมรรถนะในการแพร่เร็วกว่าอัลฟ่าถึง 55% และคนติดเชื้อ 1 คนจะแพร่ให้ผู้อื่นได้ราว 8-9 คนเทียบเท่ากับโรคสุกใส ดังนั้นการตรวจให้มาก เร็ว และครอบคลุมพื้นที่ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้ศึกนี้

สอง วัดและโรงเรียนทั่วประเทศ จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในฐานะศูนย์พักพิงสำหรับผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ เพราะการทำ home isolation และ community isolation ในลักษณะอื่นนั้นแม้จะดำเนินไปได้ แต่การบริการหน่วยย่อยระดับครัวเรือนนั้นจะไม่ทางทำได้อย่างทั่วถึงหรือเพียงพอ และมีโอกาสที่จะติดเชื้อแพร่เชื้อในครัวเรือนไปเรื่อยๆ ดังนั้นการทำให้เป็นยูนิตที่ใหญ่ขึ้นสำหรับกลุ่มที่ไม่มีอาการนั้นจะมีความคุ้มค่าและเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าในระยะหลายเดือนถัดจากนี้

สาม ควรเตรียมประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน ลดการนำเข้าสิ่งฟุ่มเฟือย เน้นการใช้ของภายในประเทศ เพราะแนวโน้มการระบาดลักษณะที่กำลังเผชิญนี้มีความยาวนาน

สี่ ระบบสาธารณสุขต้องวางแผนรับมือกับเรื่องผู้ป่วยที่มีอาการคงค้างระยะยาว หรือที่เรียกว่า COVID Long Hauler/Chronic COVID Syndrome ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ผ่านการระบาดหนักมาก่อน มีผู้ป่วยที่พบภาวะดังกล่าวมากได้ถึงราว 30-40%

ขอให้เรามีกำลังใจในการช่วยกันประคับประคองกันและกัน ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด มุ่งเป้าให้ตนเองและครอบครัวไม่ติดเชื้อ

ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก

ด้วยรักและห่วงใย

หมอธีระ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews