กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น "โรงพยาบาลสนาม" จำนวน 7 แห่ง

29 ก.ค. 2564 เวลา 19:09 น.1

(29 ก.ค. 64) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ทำให้ยังมีผู้ป่วยตกค้างรอเตียงในโรงพยาบาล เพื่อเป็นการบรรเทาและแก้ไขปัญหาดังกล่าว นั้น

กรุงเทพมหานคร จึงจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่สามารถกักตัวที่บ้านได้ (Home Isolation : HI) โดยแยกผู้ป่วยออกมาจากบ้าน นำมาพักคอยที่ศูนย์ฯ เพื่อรอการนำส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายจัดตั้งอย่างน้อย 1 เขต 1 ศูนย์พักคอย ให้ครบ 50 สำนักงานเขตภายในสิ้นเดือน ก.ค.64

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

ซึ่งความคืบหน้าขณะนี้ กรุงเทพมหานคร จัดตั้งศูนย์พักคอยฯ แล้ว จำนวน 59 แห่ง อยู่ในพื้นที่ 50 เขต เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 27 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้จำนวนทั้งสิ้น 7,368 เตียง (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 64) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษารองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น กรุงเทพมหานคร จึงได้ปรับศูนย์พักคอยเป็น "โรงพยาบาลสนาม" จำนวน 7 แห่ง ดังนี้ 1. ศูนย์สร้างสุขทุกวัยจตุจักร เขตจตุจักร 120 เตียง 2. อาคารวิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการเจ้าพระยา เขตราชเทวี 170 เตียง 3. วัดสุทธิวราราม เขตสาทร 106 เตียง 4. ร้านจงกั๋วเหยียน เขตลาดกระบัง 200 เตียง 5. ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี 200 เตียง 6. วัดศรีสุดาราม (อาคารศาลาวิจิตร รัตนศิริ วิไล) เขตบางกอกน้อย 90 เตียง และ 7. ศูนย์สร้างสุขทุกวัยบางแค (เรืองสอน) 150 เตียง เขตบางแค รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,036 เตียง

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

30 ก.ค.นี้ ฉีดวัคซีนเชิงรุกแก่พระและสัปเหร่อ นำร่องกลุ่มกรุงธนเหนือและกรุงธนใต้ 221 วัด 

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางกอกน้อย และโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ ร่วมกับวัดศรีสุดารามวรวิหาร กำหนดให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุกแก่พระ สัปเหร่อ และมัคนายก ตลอดจนบุคลากรอื่น ๆ ของวัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) ตลอดจนการจัดการฌาปนกิจศพ เริ่มดำเนินการวันที่ 30 ก.ค. 64 โดยนำร่องในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ จำนวน 15 เขต รวมทั้งสิ้น 221 วัด ประกอบด้วย กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 8 เขต ได้แก่ เขตคลองสาน 8 วัด เขตจอมทอง 17 วัด เขตตลิ่งชัน 29 วัด เขตทวีวัฒนา 4 วัด เขตธนบุรี 25 วัด เขตบางกอกน้อย 32 วัด เขตบางกอกใหญ่ 14 วัด เขตบางพลัด 23 วัด รวมจำนวน 152 วัด และกลุ่มเขตกรุงธนใต้ 7 เขต ประกอบด้วย เขตทุ่งครุ 4 วัด เขตบางขุนเทียน 16 วัด เขตบางบอน 3 วัด เขตบางแค 5 วัด เขตภาษีเจริญ 27 วัด เขตราษฎร์บูรณะ 7 วัด และเขตหนองแขม 7 วัด รวมจำนวน 69 วัด และจะขยายการฉีดวัคซีนให้แก่พระ สัปเหร่อ และมัคนายก ในพื้นที่กลุ่มเขตอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้สำนักอนามัย ได้ออกข้อปฏิบัติในการจัดการศพผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด สำหรับผู้ปฏิบัติงานฌาปนสถาน โดยจะดำเนินการให้ความรู้และคำแนะนำในการฌาปนกิจศพผู้ป่วยโควิด-19 อย่างถูกวิธี ให้กับพระและสัปเหร่อ ตลอดจนผู้มีหน้าที่จัดการพิธีศพ เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงาน และลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคโควิด-19 

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

affaliate-2

ใช้ชุดตรวจ ATK เพิ่มศักยภาพค้นหาเชิงรุก พร้อมดูแลผู้ป่วยแยกกักที่บ้าน 

กรุงเทพมหานครได้นำ ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) เข้ามาใช้ในการตรวจค้นหาเชิงรุก เพื่อให้ทราบผลตรวจที่รวดเร็ว เนื่องจากการตรวจ RT-PCR ต้องรอผลตรวจจากแล็บ ซึ่งใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้ผลยืนยันเพื่อเข้ารับการรักษา หากพบผู้ป่วยได้รวดเร็วจะทำให้เข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น รวมถึงจะได้แยกกักตัวเองไม่ให้มีการแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่น โดยเข้าระบบแยกกักตัวอยู่บ้านหรือเข้าพักที่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ ในส่วนการดูแลผู้ป่วยที่แยกกักตัวอยู่บ้านนั้น ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น การส่งอาหารโดยสมาคมภัตคารไทย การส่งยาโดยตำรวจ สน.ท้องที่  การประสานงานและติดตามอาการโดยอาสาสมัครสาธารณสุขและศูนย์บริการสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งการแยกกักตัวรักษาที่บ้านแบบ HI เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยสีเขียว โดยประชาชนสามารถดูแลตัวเองได้ที่บ้าน หรือถ้าอยู่บ้านไม่ได้ก็ให้ชุมชนช่วยกันดูแล 

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

กทม. สั่งยกระดับ ศูนย์พักคอย เป็น โรงพยาบาลสนาม

affaliate-3