สาวหนักใจ"กำลังจะแต่งงาน" แต่เข้ากับบ้านแฟนไม่ได้ ควรไปต่อหรือพอแค่นี้

10 มิ.ย. 2564 เวลา 8:00 น.

สมาชิก PANTIP หมายเลข 4943327 ได้ออกมาตั้งกระทู้ ในหัวข้อ กำลังจะแต่งงาน แต่เข้ากับที่บ้านแฟนไม่ได้ ควรปรับการใช้ชีวิตของตัวเองหรือพอแค่นี้ ซึ่งมีผู้เข้ามาตอบเป็นจำนวนมาก

สมาชิก PANTIP หมายเลข 4943327 ได้ออกมาตั้งกระทู้ โดยระบุข้อความว่า 

กำลังจะแต่งงาน แต่เข้ากับที่บ้านแฟนไม่ได้ ควรปรับการใช้ชีวิตของตัวเองหรือพอแค่นี้

เรากับแฟนคบกันมา 3 ปีกว่าๆค่ะ ช่วงนี้กำลังวางแผนจะแต่งงานกันปัญหาก็คือ แฟนเป็นลูกคนเล็กของที่บ้าน บ้านแฟนเป็นครอบครัวคนจีน งานที่แฟนทำเป็นธุรกิจของที่บ้าน
ถ้าแต่งงานก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่บ้านแฟน เราก็เลยลองมาอยู่ดูเชิงก่อนจะแต่งงานว่าพอจะเข้ากับที่บ้านของเค้าได้มั้ย

 ลาซาด้าแจกโค้ด

ตลอดเวลาที่คบกันเราไม่เคยก้าวก่ายเรื่องครอบครัวของแต่ละคนเลยค่ะ แต่พอแฟนเริ่มพูดเรื่องแต่งงานและบอกว่าต้องไปอยู่กับพ่อแม่ เราก็เลยลองมาอยู่ที่บ้านเค้าในฐานะแขกสักสามสี่วันเพื่อดูการใช้ชีวิตของเค้า

บ้านแฟนค่อนข้างเป็นคนประหยัดค่ะ จะซื้ออะไรต้องมาปรึกษาแม่ก่อน ถึงแม้จะเป็นเงินของแฟนเองก็ตาม
สรุปแล้วก็คือแฟนไม่มีสิทธิในการซื้อของที่อยากได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเราก็เพิ่งทราบหลังจากมาบ้านแฟนครั้งแรกนี่แหละค่ะ (ปกติเรากับแฟนทำงานกันคนละที่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันค่ะ เจอกันตอนมาทำงานที่ตจว.ด้วยกันแล้วแฟนก็ออกจากงานไปทำธุรกิจที่บ้าน)

แม่เป็นคนทำงานบ้านเองทั้งหมด และท่านบอกว่าถ้าเกิดเราแต่งเข้ามาก็ไม่อยากให้เราทำงานแล้ว อยากให้เราทำงานบ้าน ซึ่งเรามองว่าไม่ค่อยโอเคสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะเรายังอยากมีของเป็นของตัวเอง ไม่อยากใช้เงินแฟนหรือที่บ้านแฟนมาจุนเจือตรงนี้ แต่เมื่อได้ลองคุยกับแม่แฟนดูแล้ว ท่านอยากให้เราดูแลบ้านค่ะ ทำงานบ้านทุกอย่าง แม้แต่การซักผ้า ก็ยังมีการซักมือกันอยู่สำหรับเสื้อบางตัว ซึ่งพูดตรงๆว่าเรายังไม่เคยซักผ้าด้วยมือเลยสักครั้ง จ่ายตลาด ทำอาหารเอง ทำทุกอย่างเลยอ่ะค่ะ ซึ่งสองสามวันที่ไปอยู่ด้วยเราช่วยท่านทำงานบ้านทุกอย่าง ท่านก็เอ็นดูเรานะคะ แต่ถ้าให้เราต้องมาทำตลอดชีวิตเราว่าเราไม่ไหวค่ะ

ว่าด้วยเรื่องที่บ้านแฟนเป็นคนประหยัดต่อค่ะ ที่บ้านแฟน ต้ม น้ำ กิน เอง!!! ต้มน้ำทุกวัน โดยการไปซื้อน้ำเป็นถังละ 10กว่าบาทมาจากร้านค้า แล้วมาต้มกรอกใส่ขวดไว้กินอีกที เราถามแฟนว่าทำไมไม่ซื้อเครื่องกรองน้ำหรือซื้อน้ำเป็นขวดตามห้างมากิน เค้าบอกว่า แม่ให้เหตุผลว่า แพง ค่ะ ซื้อมาต้มกินเองประหยัดและสะอาดกว่า เราได้แต่อึ้งค่ะ และใช่ค่ะ เราต้องรับหน้าที่ต้มน้ำวันละเป็นถังใส่ตู้เย็นให้ครอบครัวเค้าตลอดเวลาที่ไปอยู่

แฟนเชื่อแม่มาก แม่สั่งอะไรก็ทำ เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกไม่มีความเป็นผู้นำพอที่จะปกป้องเราได้เลย เช่นเราบอกว่า ถ้าแต่งงานมาจะขอออกค่าจ้างแม่บ้านให้เองแต่เราอยากจะทำงาน แฟนเราแย้งมาว่า แม่บอกว่ายังไงก็ทำตามไปเถอะ ยังไงเค้าก็ทำงานหาเงินมาให้เราเก็บได้อยู่แล้ว เรารู้สึกว่าเค้าไม่ได้แคร์ความรู้สึกอีดอัดของเราเลยอ่ะค่ะ

เราลองไปดูมาแล้วเลยรู้สึกว่าไม่สามารถทำตามสิ่งที่ครอบครัวแฟนเราอยากให้ทำได้ ถึงแม้ในใจจะอยากแต่งงานกับแฟนอยู่แล้วย้ายออกไปอยู่เป็นอีกครอบครัวนึงก็ตาม แต่เรากลัวว่าถ้าคุยกับแฟนเรื่องนี้แล้วเค้าจะไม่โอเคอ่ะค่ะ ถ้าถึงตอนนั้นเราควรจะไปต่อ ยอมเป็นแม่บ้านหรือพอกันแค่นี้ดีคะ

สาวหนักใจ

 ลาซาด้าแจกคูปองส่วนลด